วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551


มะละกอ GMO จดทะเบียนฝรั่ง : นักวิชาการขายตัวหรือนักการเมืองขาดวิสัยทัศน์ ?
*รองศาสตราจารย์ ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์
ชาวขอนแก่นรู้สึกรันทดใจต่อข่าวมูลนิธิมหาวิทยาลัยคอร์แนล ได้นำมะละกอไปดัดแปลงพันธุกรรมและจดทะเบียนสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้วการกระทำการของฝรั่งครั้งนี้เป็นการบี้บาทาลงบนหัวของคนไทย โดยเฉพาะคนอีสานเป็นการเฉพาะ ท่านนักวิชาการในรั้วในมหาวิทยาลัยจะรู้หรือไม่หนอว่า “มะละกอ” ไม่ใช่แค่ผลไม้ชนิดหนึ่งของคนอีสาน แต่มะละกอยังเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนอีสานและคนไทยภาคอื่นๆ และคนเขมร ลาว อพยพอีกหลายสิบล้านคนทั่วโลก พอๆ กับปลาร้าหรือปลาแดกของคนอีสาน ฝรั่งเขาอ่านการตลาดทะลุปรุโปร่ง จึงได้แวะเวียนมาในคราบของนักบุญให้ทุนนักวิชาการไทยทำการวิจัย ซึ่งก็ไม่ใช้ความผิดเสียทีเดียว เพราะนักวิชาการหรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัยไทยนั้นถูกวิสัยทัศน์การบริหารงานองค์กร (มหาวิทยาลัย) ในฐานะผู้นำทางปัญญา ทอดทิ้งมานานหลายชั่วอายุคน ต้องให้คนเหล่านี้ดิ้นรนหาแหล่งเงินทุนต่างชาติมาทำการวิจัย เพื่อยังชีพ ภายใต้สัญญาการผูกมัดเอาเปรียบนานาประการ รวมถึงสัญญาผูกมัดว่าเจ้าของแหล่งเงินทุนเป็นเจ้าของสิทธิ์ด้วยจึงไม่น่าแปลกใจว่านักวิชาการเหล่านี้ ได้กลายเป็นเครื่องมืออย่างเป็นทางการให้กับต่างชาติเข้ามากอบโกยทรัพยากร อันอุดมสมบูรณ์ของบ้านเราไปเกือบหมดอยู่แล้วในอดีตนักการเมืองผู้กุมชะตาด้านการเกษตรของไทย ดูแล้วห่อเหี่ยวสิ้นหวัง มองหาวิสัยทัศน์ที่จะ “หวงแหน” ทรัพยากรด้านพันธุ์กรรมน้อยเหลือเกินข้อวิกฤตกังวลเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงแก้ไขกับทรัพยากรพื้นบ้านอื่นๆ ที่ชาวบ้านนิยมบริโภค เช่น ผักหวาน ไข่มดแดง แมงจีนูน ปูนา เห็ดนานาชนิด หรือ แม้แต่หมอลำที่ฝรั่งนำไปดัดแปลงพันธุ์กรรมเป็นหมอลำ GMO* แล้ว นำไปจะทดเบียน อีกหน่อยอีสานบ้านเฮาจะลำเพลิน ลำกลอน ลำซิ่ง คงต้องขอใช้ลิขสิทธิ์ฝรั่งเสียก่อนเป็นแน่การพัฒนาหลักสูตรในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้อิสระแก่โรงเรียนคิดหลักสูตรท้องถิ่นได้เองร้อยละ 30 ผมแอบดีใจอยู่ลึกๆ ว่าจะนำสิ่งต่างๆ ในท้องถิ่นดังกล่าวมาให้เด็กเรียนและสานต่อและพัฒนากับสินค้า OTOPแต่สายไปหน่อยที่โรงเรียนคงไม่มีนักวิชาการในมหาวิทยาลัย คอยช่วยเหลือเพราะไม่มีทุนก้อนโตจ้างทำวิจัย รวมทั้งนโยบายระดับชาติที่ผ่านมาก็ปิดเป็นความลับทั้งหมดโอ้อีสานบ้านเฮา…ดินไม่ดำ น้ำไม่ชุ่ม แล้วยังถูกรุมกินโต๊ะอีกหรือนี่….*GMO;Genetically Modified Oganism;หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่ถูกดัดแปลงพันธุ์กรรม*คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง*นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการการศึกษา ศาสนา ศิลป และวัฒนธรรม วุฒิสภา

45 ความคิดเห็น:

thaveesak.ding กล่าวว่า...

นักเรียนมัธยมอายุ 15 ปีของประเทศฟินแลนด์ สามารถทำคะแนนจากแบบทดสอบคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่านได้ดีที่สุด ในบรรดาประเทศในกลุ่มองค์การเพื่อการพัฒนาและร่วมมือกันด้านเศรษฐกิจ (OECD-Organization for Economic Cooperation and Development)การทดสอบด้วยโปรแกรมการประเมินนักเรียนนานาชาติ เรียกว่า PISA-Programme for International Student Assessment เป็นโครงการประเมินของผลการเรียน

ปัจจัยอันนำไปสู่ความสำเร็จ ประกอบด้วย
1. การประกันความเสมอภาคทางโอกาสแก่นักเรียนทุกคนโดยไม่แบ่งชนชั้น
2. ไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างบุคคล จะเน้นการให้ความช่วยเหลือแนะแนวทางนักเรียนที่มีความต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ทั้งนี้พบว่ามีเด็กนักเรียนเพียงจำนวนน้อยนิดที่ต้องเรียนซ้ำชั้น
3. ปัจจัยเสริมอื่นๆ ที่เกื้อหนุนให้นักเรียนฟินแลนด์ เก่งกาจขนาดนี้มีหลากหลายปัจจัย เช่นเด็กเล็กๆ รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น และมีแรงจูงใจเพิ่มขึ้นจากการสอนของครูเพียงคนเดียว

สรุปปัจจัยเบื้องหลังความสำเร็จของนักเรียนฟินแลนด์
1. โครงสร้างทางสังคมซึ่งเสริมส่งการอ่านก. วัฒนธรรม ความรักการอ่านหนังสืออย่างจริงจังของชาวฟินแลนด์ เช่นเกือบทุกบ้านเป็นสมาชิกรับหนังสือพิมพ์, พ่อแม่ช่วยลูกอ่านหนังสือที่บ้าน ค่านิยมเรื่องการอ่าน
2. ปัจจัยเรื่องการเรียนการสอนและภาษาฟินแลนด์
นักเรียนได้รับการฝึกให้ค้นคว้าด้วยตนเอง ตั้งเป้าหมายการเรียนด้วยตนเอง และประเมินตนเองตลอดเวลา- ครูต้องให้กำลังใจนักเรียนเท่านั้น และต้องถือว่าข้อผิดพลาดของนักเรียนคือโอกาสแห่งการเรียนรู้ใหม่ๆ ครูต้องช่วยเหลือเต็มที่

thaveesak.ding กล่าวว่า...

มะละกอ (หมากฮุ่ง) ของชาวอิสานรู้จักกันมานานหลายสมัยแล้ว ยอมเป็นผู้คิดดัดแปลงพันธุกรรมและจดทะเบียนสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่เห็นด้วยที่นักวิชาการไปทำความร่วมมือกับต่างชาติ และทำให้เสียอำนาจของตนเองที่ควรจะได้ นำไปดัดแปลงเป็นของเขา ต่อไปคงไม่มีสิ่งที่เป็นของคนอีสานหรือคนไทยแน่เลย หมอลำจะเป็นของฝรั่งแล้วรึ

~Nittaya~ กล่าวว่า...

คนไทยไม่ค่อยจะเห็นความสำคัญของสิ่งที่เป็นทรัพยยากรของไทย เป็นการกระทำที่น่าอับอายมากที่ประเทศไทยไม่อนุรักษ์พันธุกรรมของพืชผักผลไม้พื้นบ้านของไทยไว้ได้ ให้ฝรั่งชาวต่างชาติเข้ามากุมอำนาจทางเศรษฐกิจด้านผลผลิตทางการเษตรของไทยเรา


รหัส 50210205

jeerawan กล่าวว่า...

"คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด" สิ่งที่เป็นสัญญลักษณ์ของเรา(ชาวอีสาน) คือ ส้มตำ (ตำบักหุ่ง) ที่ทำจากมะละกอ เด็กอีสานโตมาจากส้มตำ ปลาร้า ปลาแดก มีวัฒนธรรมที่มีคุณค่า คือ หมอลำ แต่น่าเสียดายที่ไม่เห็นคุณค่าและยังถูกขาติอื่นปล้นไปเสีย
เพราะอะไรใครตอบได้ (หรือจะเหมือนข้าวเหนียวโดนน้ำ )
Jeerawan101

Mr.Panumas kingko กล่าวว่า...

ชาวขอนแก่นรู้สึกรันทดใจต่อข่าวมูลนิธิมหาวิทยาลัยคอร์แนล ได้นำมะละกอไปดัดแปลงพันธุกรรม และ จดทะเบียนสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้วเป็นการแสดงถึงศักยภาพในการมอง อนาคตของเรายังมีน้อยเกินไป ผู้มีความรู้หรือนักวิชาการกลับเพิกเชย ทำให้เกิดความเสียเปรียบทางด้านวิชาการและการค้าเมื่อไหร่คนไทยจะรักชาติกันจริง ๆ ซะที

supawan กล่าวว่า...

มะละกอ (หมากฮุ่ง) เป้นสิ่งที่อยู่ในเมืองไทยหรือเป้นวิถีชีวิตของชาวอีสานหรือทุก ๆ คนทำไมต้องยอมให้ชาวฝร่งมาจดสิทธิบัตรกับมะละกอด้วยและวทำไมคนไทยไม่คิดที่จะต่อต้านหรือทำอะไรด้วยความคิดของคนไทยหรือของเราเองทำไมต้องให้ชาวต่างชาติมาครอบครองความคิดหรือสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นของเราหรือของทุกคนด้วยต่อไปนี้คนไทยก็คงไม่เหลืออะไรที่เป็นของตนเอง หรือว่าจะตกเป็นเมืองขึ้นของชาวต่างชาติ

kannikajanlay กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
jiratti กล่าวว่า...

คนอีสานเสียใจมาก
ที่นำมะละกอไปดัดแปลงพันธุกรรมและจดทะเบียน เป็นการฆ่าคนอีสานแท้ๆและคนไทยภาคอื่นๆ และคนเขมร ลาว อพยพอีกหลายสิบล้านคนทั่วโลก พอๆ กับปลาร้าหรือปลาแดกของคนอีสาน จึงไม่น่าแปลกใจว่านักวิชาการเหล่านี้ ได้กลายเป็นเครื่องมืออย่างเป็นทางการให้กับต่างชาติมากอบโกยทรัพยากร อันอุดมสมบูรณ์ของบ้านเราไปดูแล้วห่อเหี่ยวสิ้นหวัง มองหาวิสัยทัศน์ที่จะ “หวงแหน” ทรัพยากรด้านพันธุ์กรรมน้อยทรัพยากรพื้นบ้านอื่นๆ ที่ชาวบ้านนิยมบริโภค เช่น ผักหวาน ไข่มดแดง แมงจีนูน ปูนา เห็ดนานาชนิดแม้แต่หมอลำที่ฝรั่งนำไปดัดแปลงพันธุ์กรรมเป็นหมอลำ GMO* แล้ว นำไปจะทดเบียน อีกหน่อยอีสานคงต้องขอใช้ลิขสิทธิ์ฝรั่งก่อน
จิรัฐติ พิมพ์แสง ห้อง 1 เลขที่ 27

Chomjan.ding กล่าวว่า...

จากบทความเหมือนเป็นการหยิบชิ้นปลามันไป ทั้ง ๆ ที่มะละกอเป็นผลไม้ดั้งเดิมของคนไทย เป็นของคนไทย แต่คนต่างชาติฉลาดกว่าย่อมหาหนทางทำยังไงก็ได้ ให้ไปอยู่ในน้ำมือของตนเอง เพราะฉะนั้นยังมีอีกหลายอย่างที่ชาวต่างขาติจ้องจะนำไปเป็นของตนเอง เราควรที่จะต้องรีบศึกษาหาวิธีการแก้ไขก่อนที่เขาจะมาเอาของเราไปหมด รวมถึงระบบการศึกษาไทยเห็นด้วยที่ให้มีการทำหลักสูตรท้องถิ่นขึ้นมาเพราะจะได้เป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยรักษาไว้ให้ได้เรียนสืบต่อถึงลูกหลานต่อไป

นางสาวชมจันทร์ อุ่นน้ำใจ รหัส 50210179

sujittra กล่าวว่า...

มะละกอเป็นผลไม้พื้นบ้านของทางภาคอีสานแต่ปัจจุบันฝรั่งได้นำมะละกอไปดัดแปลงพันธุกรรมและจดทะเบียนสิทธิเรียบร้อยถือเป็นการหยาดหยามคนไทยอย่างมาก อีกหน่อยผลไม้ในเมืองไทยคงจะไปตกอยู่ในลิขสิทธิ์ของฝรั่งเพราะคนไทยไม่เห็นคุณค่าของทรัพยากรไทย
ทำไมคนไทยจึงต้องให้คนต่างชาติต่างภาษาเข้ามามีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของไทยด้วย

Matthaneeya กล่าวว่า...

มะละกอไทยถูกจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้วโดยชาวต่างชาติในคราบนักบุญให้ทุนคนไทยทำวิจัย ภายใต้สัญญาผู้มัดว่าเป็นเจ้าของเงินทุน! คนไทยเราควรที่จะหวงแหนทรัพยากรของเราเองก่อนที่จะไม่เหลืออะไรไว้ให้ประเทศของเราแม้แต่ปลาร้าก็ตาม....

Chirayuth Boonlab กล่าวว่า...

ในเมื่อคนไทยไม่สนันสนุนคนไทยก็ช่วยไม่ได้ที่ต่างชาติจะเข้ามายึดเอาของๆเราไปเป็นของเขา ผู้บริหารการศึกษาของบ้านเมืองเราน่าจะเห็นอะไรได้บ้างแล้วจาก มะละกอ กลายพันธ์ไปเป็นของต่างชาติไปแล้ว ต่อไปอาจจะไม่เหลืออะไรเลยก็ได้ ถ้ายังเมินเฉยอยู่

khashane กล่าวว่า...

ไม่เพียงแต่เฉพาะเรื่องมะละกอแต่อย่างเดียว อย่างเรื่องข้าวไทยของเราก็เคยเจอพวกนักวิจัยต่างชาติมาแสวงหาผลประโยชน์จากพืชพันธุ์ธรรมชาติในประเทศของเรา สาเหตุหนึ่งอาจมาจากระบบการตอบแทนของภาคราชการที่มีต่อนักวิชาการหรือนักวิจัยของไทยเอง ไม่ว่านักวิจัยเราจะคิดอะไรออกมาก็ได้แค่เพียงการขึ้นเงินเดือน 2 ขั้นเท่านั้น ซึ่งแตกต่างกับระบบของภาคเอกชนที่ให้ผลตอบแทนสูงมากต่อ 1 ผลงาน ดูจากตัวอย่างง่ายๆพันธุ์พืชหรือพันธุ์ปลาใหม่ๆ มักจะเกิดมาจากบริษัทภาคเอกชนมากกว่าหน่วยงานของรัฐ ทั้งๆที่ในแต่ละหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบด้านเกษตรหรือด้านการวิจัยนวัตกรรมใหม่ๆก็มีมากมาย ปัญหานี้คิดว่าอาจลุกลามไปถึงพืชและสัตว์อีกหลายพันธุ์ หลายชนิด

Navaporn กล่าวว่า...

ฝรั่งมีวิสัยทัศน์กว้างไกลกว่าเรา แต่นักวิชาการมองเห็นเป็นสิ่งเล็กน้อย ยอมให้ฝรั่งนำมะละกอ GMO จดทะเบียน ผลย้อนกลับเราจะเสียเปรียบด้านการค้า เพราะ ส้มตำกลายเป็นอาหารของคนไทย ถ้าเราไม่ล้อมกรอบ อีกหน่อยเราก็จะสูญเสียทรัพยากรที่ดีของเรา

PechNoi กล่าวว่า...

การที่ต่างชาตินำมะละกอมาดัดแปลงพันธ์นั้นทำให้คนไทยเสียเปรียบทางการค้าเพราะมะละกอเป็นอาหารพื้นฐานของคนอิสานเมื่อเรานำมาดัดแปลงพันธ์ก็ทำให้ราคาสูงขึ้นทำให้คนไทยต้องซื้อของที่แพงขึ้นทำให้เสียผลประโยชน์แทนที่จะนำมาเป็นสินค้าo top นำมาแปลรูปเพื่อให้มีคุณค่าของความเป็นสินค้าไทยน่าจะดีกว่า

kanapodpoon กล่าวว่า...

รัฐบาลอ่อนแอมากในการศึกษา แม้แต่มะละกอ ก็ยังรักษาไว้ไม่ได้

supphakon กล่าวว่า...

มะละกอเป็นที่นิยมของภาคอีสานแต่ในปัจจุบันเป็นที่นิยมของทั่วโลกแล้วและมีการพัฒนาไปเรื่อยๆและผู้ที่จะดัดแปลงใหม่อยากจะจดสิทธิเป็นของตนเองที่เป็นคนคิดค้นใหม่

kannikajanlay กล่าวว่า...

จีเอ็มโอมีส่วนช่วยบ่อนทำลาย "ความหลากหลายทางชีวภาพ" ในระบบนิเวศ ฝรั่งนำมะละกอซึ่งเป็นเหมือนอาหารโปรดของคนไทยมาดัดแปลงพันธุกรรมและยังจดสิทธิบัตรอีก และนักวิชาการผู้มีความรู้ของเราเองยังไปร่วมมือกับเขาอีก ไม่นึกถึงสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นและยังให้เขาเอาเปรียบได้ ก่อนที่อาหารตามธรรมชาติจะหมดโลก จนลูกหลานเราในอนาคตต้องบริโภคเม็ดอาหารสังเคราะห์ ไม่ต่างจากตัวละครในนิยายวิทยาศาสตร์

สุชาติ งามมานะ กล่าวว่า...

การศึกษาเท่านั้น ที่จะทำให้คนเราฉลาดเท่าทันกัน แต่ฉลาดอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีคุณธรรม จริยธรรมด้วย คนฝรั่ง เก่งฉลาด ถึงขนาดส่งคนไปนอกโลกได้ นับประสาอะไรกับกฎหมายเล็กๆน้อยๆ ผสมกับวิทยาการใหม่ๆ ก็สามารถที่จะเอาชนะคนทั่วๆไป แต่การเอาเปรียบคนอื่นมากๆจะอยู่กันไม่มีความสุข วันหนึ่งวันใดคนก็จะลุกขึ้นมาต่อสู้สิ่งที่ตนเองโดนเอาเปรียบ ดังนั้นคนเรานอกจากเก่งแล้วจึงต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมด้วย

tanchanok กล่าวว่า...

การดัดแปลงพันธุกรรมพืชพรรณธรรมชาติ ถ้ามีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปจดสิทธิบัตร แล้วนำมาผูกมัดว่าเป็นเจ้าของสิทธิ์ แล้วถือโอกาสเข้ามากอบโกยประโยชน์จากบ้านเรา ก็น่าจะช่วยกันเฝ้าระวัง และมีหน่วยงานคอยสอดส่องดูแล เช่นนักวิชาการของไทย อย่าง ดร.สุพิทย์ กาญขนพันธ์ ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นหวงแหน ทรัพยากรของไทยเรา
ธันย์ชนก ราษฎร์ประชุม

สุดใจ วิทิตวุฒินันท์ กล่าวว่า...

นักวิชาการของไทยขาดเงินทุนในการพัฒนาทำให้ตกเป็นเครื่องมือของต่างชาติ แม้แต่นักการเมืองไทยก็ยังไม่เห็นความสำคัญของทรัพยากรไทย ซึ่งนอกจากมะละกอแล้วยังมีพืช และวัฒนธรรมอื่น ๆ ที่เป็นสมบัติของคนไทยอีกที่จะต้องรักษาไว้ ฉะนั้นคนไทยทุกคนต้องช่วยกันรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้

รุ่งระวี จียะพันธ์ กล่าวว่า...

การดัดแปลงพันธุกรรมพืช หรือที่เราคุ้นเคยกับคำว่า GMO
เป็นการบ่อนทำลายวิถีชีวิตอันดีงามของคนอีสาน และคนไทยทั่วไป เพราะมะละกอถือว่าเป็นพืชทางเศรษฐกิจ นักวิชาการไทยจึงเป็นเหมือนชักศึกเข้าบ้าน แค่มะละกอก็ยังไม่รู้คุณค่าและไม่รู้จักรักษา น่าเศร้าใจจัง

Titima กล่าวว่า...

มะละกอเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนอีสานและคนไทยภาคอื่นๆ และคนเขมร ลาว อพยพอีกหลายสิบล้านคนทั่วโลก ไม่น่าจะทำอย่างนี้ เลย ยึดเอาคนเดียว น่าเสียดายแทนคนที่ชอบกินมะละกอ

ฐิติมา โสภารัตน์ 50210157

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ชาติต่างชาติเข้ามาในเมืองไทยนำความรู้มาให้มากแต่ก็มีผลเสียเราเป็นคนไทนรู้สึกเสียใจที่เราจะต้องมีการจดทะเบียนกันให้มากๆ

kanapodpoon กล่าวว่า...

มะละกอชลอความแก่มีคุณค่ากับหนุ่มวัยทอง

EKKARAT LOUGTHUNG กล่าวว่า...

แสดงความคิดเห็น นักเรียนฟิลแลนด์ทำแบบทดสอบได้คะแนนได้ดีที่สุดในกลุ่มบรรดาประเทศองค์การเพื่อการพัฒนาและร่วมมือด้านเศรษฐกิจ
ปัจจัยนำไปสู่ความสำเร็จ
1.ประกันคุณภาพ
2.ไม่เปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างบุคคล
3.ปัจจัยเสริมอื่น ๆ

manerat54@gmail.com กล่าวว่า...

มะละกอ GMO คนไทยเราในด้านสติปัญญา ความรู้
ความสามารถมีมากไม่แพ้คนต่างชาติ แต่คนไทยค่อยให้ความ
สำคัญของทรัพยากรสิ่งเป็นสมบัติของชาติไทยเรามากนัก
จึงทำให้ชาวต่างชาติเข้ามามีบทบาทอำนาจทางด้านเศรษฐกิจ
ของเราอย่างมาก การกระทำที่เกิดขี้นเป็นสิ่งที่น่าอับอายมากที่เราคนไทยไม่อนุรักษ์พันธุกรรมของมะละกอซึ่งเป็นพืชหลักของ
คนอีสานบ้านเรา

prasansook กล่าวว่า...

มะละกอเป็นสิ่งที่อยู่ในเมืองไทยซึ่งเป็นที่รู้จักกันมานานแล้วทำไมจึงยอมให้ชาวต่างชาติมาปล้นเอาไปจดสิทธิบัตร ต่อไปคนไทยจะขายส้มตำมะละกอคงจะต้องขอซื้อสิทธิบัตรจากชาวฝรั่ง อ่านแล้วทำให้ข้าพเจ้าเกิดความอดสู นักวิชาการของไทยทำอะไรกันอยู่ควรลุกขึ้นมาป้องกันเพื่อป้องกันทรัพยากรที่อยู่ในการดำเนินชีวิตของคนไทยไม่ให้ชาวต่างชาติมาปล้นไปอย่างหนาด้านๆ

Kunnika กล่าวว่า...

คนไทยทำอะไรจะช้า เพราะขาดเงินทุนที่จะทำการวิจัย จึงทำให้คนต่างชาติถือโอกาสนี้มาดัดแปลงพืชและสัตว์ของไทย และจดทะเบียนสิทธิบัตรเป็นของตนเองต่อไปประเทศเราจะสูญเสียภูมิปัญญาอีกหลายอย่าง

supphakon กล่าวว่า...

ภูใจที่เกิดเป็นคนภาคอีสานแต่สันจมูกโด่งค่ะชอบกินตำบักฮุ่งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

lertyut กล่าวว่า...

พืช gmo เป็นพืชที่ตัดต่อทางพันธุกรรม มีทั้งผลดีและผลเสีย ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอน....แต่การจดสิทธิบัตรเป็การจองไว้ตามกฏหมาย.....ผลที่กระทบไม่ทราบ....อนาตคคือคำตอบ?

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ชาวขอนแก่นรู้สึกรันทดที่ฝรั่งนำมะละกอไปดัดแปลงพันธุกรรมและจดทะเบียนสิทธิบัตร โดยมหาวิทยาลัยคอร์แนลให้ทุนกับนักวิชาการเพื่อทำการวิจัย ต่อไปอะไรอีกหลายๆอย่างฝรั่งคงนำไปดัดแปลงพันธุกรรมหมด คนไทยคงต้องขอใช้สิทธิ์จากฝรั่งเสียก่อน น่าเห็นใจคนไทย....โดยเฉพาะชาวขอนแก่น

sutamas.sukpoodee กล่าวว่า...

ชาวขอนแก่นรู้สึกรันทดใจที่มะละกอ ถูกฝรั่งทำการวิจัย นำเชื้อไวรัสฉีดเข้าไปในมะละกอ เพื่อให้มะละกอกรอบ มีผลดก แล้วจดลิขสิทธิ์โดยมิได้คำนึงถึง โทษที่จะเกิดขึ้น
นางสุทามาส สุขพอดี

Unknown กล่าวว่า...

มะละกอGMo จดทะเบียนฝรั่งมหาลัยคอเนลได้นำมะละกอไปดัดแปลงพันธูกรรมและจดทะเบียนสิทธิ์บัตร มะละกอเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของคนอีสาน ลาว และเขมรอพยพแต่ต้องไปอยู่ภายใต้สิทธิ์ของฝรั่งต่อไป หมอลำจะร้องหรือลำก็คงจะต้องไปขอลิขสิทธิ์จากฝรั่งก่อนต่อไปเราคงลำบากแน่ ต่อไป หมู่ เฮาต้องช่วยกัน ฮักบ้านฮักเมืองเฮาไว้เด้อ

alisa.pongdee@gmail.com กล่าวว่า...

ชาวอีสานรู้สึกรันทดใจได้มีฝรั่งนำมะละกอไปดัดแปลงพันธุกรรมและจดทะเบียนสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว

อลิสา ปองดี 50210172

wichain.raksoongnern@gmail.com กล่าวว่า...

นักวิชาการเมืองไทยไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นไทย ๆหรืออาจจะมองข้ามเลยก็ได้ทำให้ฝรั่งเข้ามานำมะละกอของบ้านเราไปจดทะเบียนต้องบอกว่าใจหายสำหรับสังคมใทยที่ต้องขอใช้ลิขสิทธิ์ของชาวต่างชาติ

pranee กล่าวว่า...

คนไทยทำไมเพิกเฉย

vitunvititgmailcom กล่าวว่า...

มะละกอ ซี่งถือว่าเป็นผลไม้พื้นบ้านที่คนไทยคน ลาว นิยมใช้รับทานทั้งรัปทานสุกและรัปทานดิบ แต่ปัจจุบันได้ถูกต่างชาตินำไปจดลิขสิทธ์ โดยที่ ในประเทศนั้นๆไม่มีปลูก ถือว่าละเมิดก้าวก่ายสิทธิของเราชาวเอเชีย เพราะต่อไปเมื่อเราจะปลูกหรือจะนำปรุงอาหาร ต้องจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์

~Patiphan~ กล่าวว่า...

ในการพัฒนาหลักสูตรในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้อิสระแก่โรงเรียนคิดหลักสูตรท้องถิ่นได้เองโดยนำสิ่งต่าง ๆ ในท้องถิ่นมาให้เด็กเรียนรู้และสานต่อพัฒนาสินค้าotop

EKKARAT LOUGTHUNG กล่าวว่า...

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมะละกอจีเอ็มโอ
ประเทศไทยน่าจะมีมานานแล้ว

วรตม์ กล่าวว่า...

น่าหดหู่มาก ต่อไปคนไทยคงไม่เหลืออะไร so sad หลาย

prapapun rattanajit กล่าวว่า...

การดัดแปลงพันธุกรรมพืชพรรณธรรมชาติ ถ้ามีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปจดสิทธิบัตร แล้วนำมาผูกมัดว่าเป็นเจ้าของสิทธิ์ แล้วถือโอกาสเข้ามากอบโกยประโยชน์จากบ้านเรา ก็น่าจะช่วยกันเฝ้าระวัง และมีหน่วยงานคอยสอดส่องดูแล

tawatchai phayom กล่าวว่า...

มะละกอยังเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนอีสานและคนไทยภาคอื่นๆ และคนเขมร ลาว อพยพอีกหลายสิบล้านคนทั่วโลก พอๆ กับปลาร้าหรือปลาแดกของคนอีสาน ฝรั่งเขาอ่านการตลาดทะลุปรุโปร่ง ถ้าเรารู้อย่างนี้แกล้วเราควรปลูกฝังให้เด็กไทยรู้จักรักในภูมิปัญญาท้องเราต้องรวมมือกัน ครับ

~Patiphan~ กล่าวว่า...

น่าสงสาร หมู่เฮาชาวขอนแก่น อีหลีเด้อ พี่น้องเสียใจหลายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

panor boonprom กล่าวว่า...

สิ่งที่ธรรมชาติสรรค์สร้างเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ธรรมชาติสามารถจัดการให้เกิดความสมดุลในตัวมันเองโดยไม่ต้องแต่งเติมให้ผิดแผกจากธรรมชาติ เหมือนที่เราแต่งเติมสิ่งต่างๆลงในอาหารที่ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บกอบโกยธรรมชาติโดยไม่ยั่งคิดก่อให้เกิดวิกฤตมากมายตามมา