ให้นักศึกษาเฉลยคำตอบข้อที่ตนเองทำผิดในข้อสอบ โดยการเขียนเรืยงจากข้อ 1-5 โดยคลิ๊กที่ ความเห็นข้างล่างนื้ ส่งภายในวันพุธที่ 30 เมษายน 2551
SARABURI FINAL
ให้นักศึกษาตอบคำถามทุกข้อรวมเวลา 2 ชั่วโมง
1.อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a.File type
b.Definitions
c.Currency Conversions
d.Book Search
e.Calculators
2.ท่านจะนำหลักการแค่ละข้อของ 10 C แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน Internet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a.Citations
b.Critical Thinking
c.Credibility
d.Content
e.Copyright
3.ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership) ตามองค์ประกอบของ
Credibility = Trustworthiness+Expertise
อย่างละเอียด
4.ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM อธิบายอย่างละเอียด
5.อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a.Snagit
b.You Tube
c.iGoogle
dSkype
e.Skechtup
Good Luck and Good Look!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

37 ความคิดเห็น:
นายเอกรัฐ หลองทุ่ง เลขที่ 22 ห้อง 1
ขอล้างบาปในอ่างทองคำ
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือการค้นหาไฟล์ ชนิดไฟล์ต่าง ๆ ค้นหาข้อมูลตามใจสั่งได้ เช่น สกุล
power poit ppt. word doc.
b. Definitions คือการให้คำนิยามของศัพท์
c. Currency Conversons คือ กระแส เป็นไปตามกระแส การเปลี่ยนเงินตรา
d. Book Search เครื่องมือสำหรับการค้นหา วิธีการค้นหาหนังสือ
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด
- addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition
- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )
ตัวอย่าง 8/7 หมายถึง 8 หารด้วย 7
8 /7 หมายถึง การหาส่วนที่เหลือจากการที่ 8 หารด้วย 7 เหลือเท่าไร
ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น Apa อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์ ( เหมือนของ ม.วงษ์ชวลิตกุล )
แบบของ จุฬา ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย วงเล็บ เมืองที่พิมพ์ )
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ถ้าลงท้ายด้วยจุด ac. ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง พวกที่ที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net .edu .gov มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะจุด . com เป็นการทำเพื่อการค้า
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องมี จูลี่ ในระบบศาลอเมริกันมีลูกขุน หรือคณะผู้อ่านตรวจ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลไทยใช้สืบพยานตามกระแสข่าวสารได้ ตามกระแสเชิงวิชาการได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่ มีเวอร์ชั้นใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้มั้ย
e. Copyright (ลิขสิทธิ์) แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม คือสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า ..... เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด
ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustwothiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ใน
สาขานั้นอย่างแท้จริง
ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
1. บทบาทในการสื่อสาร
2. บทบาทเพื่อการสนับสนุนการทำงาน
3. บทบาทเพื่อการจัดเก็บ ค้นคืน
ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a. Snagit คือโปรแกรมถ่ายภาพ
b. You Tube เป็นเว็ปการค้นหาภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว
c. iGoogle โฉมหน้าของ Google อีกหนึ่งหน้า
d. Skype โปรแกรมการใช้โทรศัพท์ผ่าน อินเตอร์เน็ตทั่วโลกซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่าย
e. Skechtup สร้างภาพ 3 มิติ
ขอส่งงานล้างบาป
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type
คือการค้นหาไฟล์ ชนิดไฟล์ต่าง ๆ ค้นหาข้อมูลตามใจสั่งได้
เช่น ต้องการค้นหาไฟล์ชนิดที่เป็นเอกสาร ก็ใส่นามสกุล .doc ก็จะได้ข้อมูลเป็นเอกสารที่เราต้องการสืบค้น
b. Definitions
คือการให้คำนิยามของศัพท์ ใช้สืบค้นเมื่อต้องการหาความหมายของศัพท์ต่างๆ เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการแปลศัพท์ได้ดีมาก
c. Currency Conversons
คือ กระแส เป็นไปตามกระแส การเปลี่ยนเงินตรา การแลกเปลี่ยนสกุลเงินตราต่างประเทศ เช่นเมื่อเราต้องการรู้ข้อมูลเงินตราต่างประเทศตามกระแสเงินตราประเทศต่างๆ เราก็สืบค้นด้วยเครื่องมือนี้
d. Book Search
คือ เครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ อาหาร ก็พิมพ์ Food เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับอาหารให้เราเลือกได้อย่างหลากหลาย เราก็จะสามารถเข้าไปดูหนังสือแต่ละเรื่องนั้นได้
e. Calculators
คือ เครื่องมือที่ใช้ในการคำนวณ เดยใช้สัญลักษณ์ เช่น
- addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition
- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )
ตัวอย่าง 8/7 หมายถึง 8 หารด้วย 7
8 /7 หมายถึง การหาส่วนที่เหลือจากการที่ 8 หารด้วย 7 ได้คำตอบเท่าไร เป็นต้น
ข้อ 2. ท่านจะนำหลักการแต่ละข้อของ 10 c แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน Internet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a. Citations
การอ้างอิง อ้างถึง แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน เว็บไซต์ ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก
b. Critical thinking
คือการคิดเชิงวิกฤต เป็นการคิดโดย ใช้ประสบการณ์ ใช้ความรู้ ไปวัด และประเมินว่าผู้แต่งเป็นใคร เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ชำนาญการด้านนี้หรือไม่ น่าเชื่อถือได้เพียงใด
เช่น เว็บไซต์นี้สามารถบอกผู้แต่งและสำนักพิมพ์ได้หรือไม่
c. Credibility
คือความน่าเชื่อถือ เป็นความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ระบุได้ชัดเจนหรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในสาทนั้นจริงหรือไม่ และดูที่วัตถุประสงค์ของสถานะนั้นๆ ว่ามีลักษณะอย่างไร
d. content
คือ เนื้อหาสาระ ควรเป็นเนื้อหาเชิงวิชาการ มิใช่ตามกระแส หรือเสียดสีกัน เนื้อหาจริงจังชัดเจน ทันสมัยและเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด คือมีการปรังปรุงให้ทันสมัยตลอด
e. Copyright (ลิขสิทธิ์)
ในบทความต่างมีเจ้าของ ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ เราสามารถใช้ข้อมูลได้พอสมควรแต่มิใช่เอามาลอกเลียนแบบแล้วโมเมว่าเป็นของเราเอง และไม่ใช่นำมาใช้เพื่อการค้า มิเช่นนั้นจะถูกละเมิดลิขสิทธิ์ได้
ข้อ 3. ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำตามององค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
อย่างละเอียด
หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility ความน่าเชื่อถือ
คือ ความเชื่อได้/รู้สึกว่ามีคุณภาพ และความเชื่อจากการรับรู้/เป็นคุณภาพที่คนรับรู้
- Trustwothiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบด้วย
1. ความตั้งใจจริง
2. ความมีสัจจะ
3. ความไม่ลำเอียง
4. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้
5. ความดีงามและจรรยาบรรณ
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความรอบรู้ มีสมรรถนะ มีความรู้ในสาขานั้นอย่างแท้จริง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่แสดงออกมา
เมื่อรวม2 ปัจจัยนี้แล้ว จะทำให้เกิดความมั่นใจ และมีความเชื่อถือได้
ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ
1. การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสารต่างๆ มาปรับใช้ในการบริหารงานภายในองค์กร เพื่อให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เช่น การติดต่อสื่อสารผ่าน Internet ทำให้เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร มีการเชื่อมโยงข้อมูลภายองค์กรทำให้การประสานงานติดต่อเป็นไปด้วยความฉับไว
2. การสร้างสื่อนวัตกรรมในการเรียนการสอน ในยุคของ Computer Age หรือโลกไร้พรมแดน เป็นยุคที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต การพัฒนาการศึกษามีบทบาทสำคัญในการสร้างเยาวชนให้เป็นคนดี มีความสามารถ อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ประเทศเราจะพัฒนาได้เท่าเทียมทันกับประเทศที่พัฒนาแล้วหรือไม่ เราต้องหันมาให้ความสำคัญกับเยาวชน ซึ่งจะเป็นผู้สร้างชาติต่อไปในอนาคต สรุปคือเราสามารถนำสือ ICT มาพัฒนาด้านการเรียนการสอนนั่นเอง
3. เทคโนโลยีเพื่อการจัดเก็บและการสืบค้น การบริหารงานด้านต่างๆ ภายในองค์กรถ้ามีการจัดเก็บและสืบค้นอย่างเป็นระบบโดยนำเทคโนโลยีมาช่วยจะทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการจัดเก็บและการสืบค้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สรุปคือการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาและปรับปรุงระบบการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพนั่นเอง
ข้อ 5. อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a. Snagit
คือโปรแกรมที่ใช้ในการตัดต่อรูปภาพ ภาพถ่ายต่างๆ เราสามารถใช้โปรแกรมนี้ตัดต่อ ตกแต่งปรับปรุง เพิ่มข้อความต่างๆ เข้าไป แล้วสามารถบันทึกในโปรแกรมต่างๆได้
b. You Tube
เป็นเว็ปการค้นหาภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรที่ต้องการเป็นภาพเคลื่อนไวเราสามารถเปิดดูได้
c. iGoogle
เป็นโฉมหน้าของ Google อีกหนึ่งหน้าที่มีข้อมูลพร้อมสำหรับการค้นหาเช่น ต้องการทราบข่าวด่วน การพยากรณ์อากาศ เป็นต้น
d. Skype
เป็นโปรแกรมการใช้โทรศัพท์ติดต่อสื่อสารกันผ่าน อินเตอร์เน็ตทั่วโลกโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพียงแต่ต้องมีอุปกรณ์ในการติดต่อสื่อสาร คือ หูฟัง
e. Skechtup
เป็นโปรแกรมในการสร้างภาพ 3 มิติ เพื่อให้เราได้มองภาพได้หลายมุมมอง
นางจีรวรรณ วงศ์เหลือง ห้อง 1 เลยที่ 5 รหัส 50210162
ขอสารภาพว่าอ่านหนังสือเพื่อสอบวิชานี้หลายสิบรอบ 10c ก็ท่องคำละ10 ครั้ง วันละ 3-4 เที่ยว เป็นเวลาตั้ง 5 วัน ก่อนสอบ ยังตอบข้อสอบได้ไม่ครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ การเรียนก็ไม่เคยขาดสักครั้ง ข้อสอบทำไปทุกข้อคงมีข้อผิดพลาดทุกข้อ คงเป็นเพราะเป็นผู้สูงวัย แต่อาจารย์สอนดีมาก การบ้านก็สามารถทำเองได้ทุกครั้ง ในการสอบที่มั่นใจว่าผิดอย่างแน่นอน คือ
ข้อ1 e ในการยกตัวอย่างน่าจะเขียนคำว่า addition ซึ่งหมายถึง การบวกผิด
ข้อ2 c ตอบไปไม่สมบูรณ์ขาดURL(นามสกุล)ลงท้ายด้วยอะไร .edu .com . gov ขอตอบใหม่ดังนี้
Credibility หมายถึงความน่าเชื่อถือของเนื้อหาที่เจอในinternetมีชื่อระบุชัดเจนหรือไม่ น่านับถือ เชื่อถือได้หรือไม่ มีนามสกุลลงท้ายด้วยอะไร เช่น .edu .com .gov
ข้อ 5 e Skechtup ยืนยันว่า โปรแกรมนี้อาจารย์ไม่ได้สอน ขอตอบว่า เป็นโปรแกรมที่ใช้สร้างภาพ 3 มิติ ใช้ในการตกแต่งภาพ ทำให้มองเห็นภาพสมจริงมากขึ้น
นางพรทิพย์ ทัตตานนท์ รหัส 50210158
เลขที่ 3 ห้อง 1
นางกรรณิกา จันทร์ลาย เลขที่ 28 รหัส 50210200 ห้อง 1
ขอล้างบาป
ข้อ 1.อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a.File type
การค้นหาไฟล์ประเภทของไฟล์ หรือ นามสกุลของไฟล์ ค้นข้อมูลตามที่เราต้องการสั่งว่าจะค้นเป็นไฟล์แบบไหน นามสกุลของไฟล์จะเป็นตัวบ่งบอกว่าเป็นไฟล์อะไร ลักษณะของนามสกุลของไฟล์จะอยู่หลังชื่อ เช่น Readme.ppt นามสกุลของไฟล์คือ .ppt เป็นต้น
b.Definitions
การให้คำนิยามของศัพท์ ถ้าเราสงสัยคำ คำหนึ่งว่าหมายความว่าอย่างไร Definitions
จะแนะนำ hits , website ให้ แต่ไม่ใช่ Dictionary แต่จะบอกแหล่งข้อมูลของคำนั้น เช่นสนใจคำว่า Baby ก็พิมพ์ Define Baby แล้วจะพบ hits และ website ที่แนะนำคำว่า Baby ปรากฏขึ้นให้เราได้เลือกมากมาย
c.Currency Conversion
หมายถึง กระแสการปรับเปลี่ยน สิ่งที่ไหลเวียนขึ้น ๆ ลง ๆ เช่น กระแสเงิน การเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน เช่น เราอยากทราบว่าเงินดอลล่าร์เทียบกับเงินไทย แล้วจะเป็นเท่าใด พิมพ์ 1 USD in Thai หรือ currency of Brazil in Malaysian money
d.Book Search
ค้นหาหนังสือที่ตรงกับเป้าหมายและค้นหาหนังสือใหม่ที่น่าสนใจ Book Search ทำงานเหมือนกับส่วนค้นหาทางเว็บ หลังจากพบหนังสือที่มีเนื้อหาตรงกับคำที่ใช้ค้นหา เราจะเชื่อมโยงไปที่หนังสือในผลการค้นหา เรียกดูหนังสือออนไลน์ หากหนังสือไม่มีลิขสิทธิ์หรือผู้จัดพิมพ์อนุญาตแล้ว จะสามารถดูตัวอย่างหนังสือ หรือในบางกรณีอาจอ่านเนื้อหาทั้งหมดได้ หากหนังสือนั้นเป็นสาธารณสมบัติ สามารถดาวน์โหลด PDF ได้ฟรี
e.Calculators
หมายถึงผู้คำนวณ เครื่องมือคำนวณมีความสามารถในการคำนวณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคิดเลขก็ได้
เช่น 7*8+5 เครื่องหมาย * คือ เครื่องหมาย คูณ , + addition ( บวก )
หรือ 3^6เครื่องหมาย ^ คือ เครื่องหมาย ยกกำลัง
ข้อ 2.ท่านจะนำ หลักการแต่ละข้อของ 10 c แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน Internet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a.Citations
การอ้างอิง การอ้างถึง การกล่าวถึง (ไม่เขียนลอยๆ) ข้อความใน Internet ควรมีการอ้างอิง ประโยชน์อย่างน้อย เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความ และเครดิตกับ ผู้แต่ง อื่น ๆ และสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยเพิ่มเติมให้แก่ผู้อ่านต่อไป
b.Critical thinking
คือการคิดเชิงวิกฤต คิดเชิงลึก คิดอย่างใช้เหตุผล โดยใช้ประสบการณ์ความรู้เดิม ไม่ใช่เห็นแล้วเชื่อเลย บอกผู้แต่งได้หรือไม่ บอกสำนักพิมพ์ได้หรือไม่ ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c.Credibility
คือความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระที่พบใน Internet มีระบุชื่อชัดเจนหรือไม่ น่าเชื่อถือหรือไม่ผู้แต่งเป็นผู้รู้ในสาขาหรือศาสตร์นั้นหรือไม่ วัตถุประสงค์ของสาระนั้น ๆ คืออะไร นามสกุลลงท้ายด้วยอะไร
d.Content
คือ เนื้อหาสาระ มีวัตถุประสงค์อะไร มีความตั้งใจอะไร มีเนื้อหาสาระอะไร เขียนเพื่ออะไร มีผู้แต่งหรือไม่ ทันสมัยหรือไม่ เนื้อหามีลักษณะตามกระแสเชิงวิชาการหรือไม่ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่
e.Copyright
ลิขสิทธิ์ ได้รับความคุ้มครองโดยลิขสิทธิ์ ถึงแม้ว่าลิขสิทธิ์ใน Internet จะไม่ปรากฏ ชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ ขออย่าให้นำภาพหรือข้อความมาเพื่อพิมพ์จำหน่าย เป็นการค้า
ข้อ3.ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership) ตามองค์ประกอบของ Credibility=Trustworthiness+Expertise อย่างละเอียด
Credibility คือ ความน่าเชื่อถือ ความเชื่อได้
Trustworthiness คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงามและมีจรรยาบรรณ
Expertise คือ ความเป็นผู้ชำนาญการ คือเป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้ และทักษะที่มี และแสดงออกมา
ผู้บริหารที่ดีบริหารจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นต้องประกอบไปด้วย คุณลักษณะต่าง ๆ ต่อไปนี้ คือ เป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจได้ (Trustworthiness) มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียง มีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญ หรือชำนาญการ (Expertise) มีความรอบรู้ในงานนั้นๆ อย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ(Credibility) ในตัวของผู้บริหาร และนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้
ข้อ4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM อธิบายอย่างละเอียด
การจัดการความรู้ คือ การรวบรวม การจัดระบบ การจัดเก็บ และการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งบัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร และการจัดการความรู้ (KM) ยังเป็นเครื่องมือ เพื่อใช้ในการบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 3 ประการไปพร้อม ๆ กัน ได้แก่ บรรลุเป้าหมายของงาน บรรลุเป้าหมายการพัฒนาคน และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ซึ่งความรู้แบ่งออกเป็น ความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) และความรู้แฝงฝัง(Tacit Knowledge)
บทบาทของ ICT ในการจัดการความรู้ (KM) คือ
1.เทคโนโลยีการสื่อสาร
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น
5.อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a.Snagit
มีหน้าที่และประโยชน์ คือ สามารถจับภาพหน้าจอไว้หลายรูป ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ ไม่ได้ว่าจะกำหนดให้จับภาพแล้วจัดเก็บเลย หรือเก็บไว้ใน ClipBoard ก่อน ยังมีลูกเล่นอีกมากมายกับโปรแกรมนี้ สามารถตัดต่อรูปภาพ Photoshop ได้ แล้วบันทึกในรูปแบบต่าง ๆ ได้ เช่น Powerpoint หรือ Excel
b.You Tube
มีหน้าที่และประโยชน์ คือ เป็นโปรแกรมที่สามารถดู วีดีโอได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น มิวสิควีดีโอ หรือโฆษณา ภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ
c. iGoogle
ก็คือ Search engin แต่มีการเพิ่มลูกเล่นต่าง ๆ ให้ผู้ใช้ได้ปรับแต่งได้ ตามความพอใจของตัวเอง Gadget ต่าง ๆ มีให้เลือกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็นพยากรณ์อากาศ ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก
d. Skype
เป็นโปรแกรม สุดยอดเทคโนโลยีแห่งโลกอินเทอร์เน็ต เพียงแค่มี ไมโครโฟน ที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ Headset (หูฟังพร้อมไมโครโฟน) ก็สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกมุมโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบ Model 3 มิติ สามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว แม้ว่าผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานโปรแกรม 3 มิติมาก่อน ก็สามารถที่จะเรียนรู้ และลองหัดสร้าง Model 3 มิติด้วยเครื่องมือที่มีให้ในโปรแกรมได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว
ข้อที่ 1อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้พร้อมยกตัวอย่าง
a.File type > ค้นข้อมูลตามที่สั่งว่าจะค้นเป็นไฟล์แบบไหน เช่น อยากค้นคำว่า dog เป็นงานนำเสนอ PPt ก็พิมพ์คำว่า dog:ppt คำที่ค้นหาก็จะปรากฏ
b.Definitions > การให้คำนิยามของคำศัพท์ถ้าเราสงสัยคำคำหนึ่งว่าหมายความว่าอย่างไร definitions จะแนะนำ hits,wedsite ให้แต่ไม่ใช้ dictionard แต้จะบอกแหล่งข้อมูลของคำนั้น
c.Currency conversion > กระแสการปรับเปลี่ยนสิ่งที่ไหลเวียนขึ้นๆลงๆเช่นกระแสเงินการปรับเปลี่ยนสกุลเงินสามารถบอกได้ถ้าเราอยากรู้เช่น 1 ดอลล่าร์เท่ากับกี่บาท
d.Book Search > ค้นหาหนังสือ(ใช้ทำวิจัยได้)โฆษณาหนังสือชาวต่างชาติชอบหนังสือมาลงโฆษณาไว้ขายเราสามารถใช้ค้นหาหนังสืองานวิทยานิพนธ์ได้
e.Calculators > เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด
- addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition
- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )
ตัวอย่าง 8/7 หมายถึง 8 หารด้วย 7
8 /7 หมายถึง การหาส่วนที่เหลือจากการที่ 8 หารด้วย 7 เหลือเท่าไร
ข้อ2.หลักของ 10C แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน Internet อย่างไร
a.Citations การอ้างถึง (ไม่เขียนลอยๆ)ประโยชน์อย่างน้อยให้เกียรติให้เครดิต
b.Critical Thinking การคิดเชิงวิกฤต คิดลึกๆ คิดอย่างใช้เหตุผล โดยใช้ประสบการณ์ความรู้เดิม ไม่ใช้แล้วเชื่อเลย บอกผู้แต่งได้หรือไม่ บอกสำนักพิมพ์ได้หรือไม่
c.Credibility ความน่าเชื้อถือของเนื้อหาสาระที่พบใน internet มีระบุชื่อชัดเจนหรือไม่,น่าเชื้อถือหรือไม่ผู้แต่งเป็นผู้รู้ในสาขานั้นหรือไม่
d.Content เนื้อหาสาระมีวัตถุประสงค์อย่างไรมีความตั้งใจอะไร
e.Copyright ลิขสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองโดยลิขสิทธิ์ถึงแม้ว่าลิขสิทธิ์ใน internetจะไม่ปรากฏชัดเจนขอให้อย่านำภาพข้อความมาเพื่อพิมพ์จำหน่ายเป็นการค้า
ข้อ3.หลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership)ตามองค์ประกอบของ
Credibility = Trustworthiness + Expertiseอย่างละเอียด
ตอบ.ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthness) เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักท่อง wed จะประเมินสาระสนเทศต่างๆผ่านท่าง wed page ประกอบด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะความไม่รำเอียงควาไว้เนื้อเชื้อใจบ่งบอกถึงความดีงามแลความมีจรรยาบรรณของ wedsite
ความเป็นผู้ชำนาญการ(expertise)มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีความสามารถ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่ wedsite แสดงออกมา
ความน่าเชื้อถือของผู้บริหาร ภาวะผู้นำมีความสำพันธ์กันผู้บริหารที่ดีบริหารจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องมีภาวะผู้นำซึ้งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นต้องประกอบไปด้วย
1.เป็นคนที่เชื่อถือได้เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจหรือหรือไว้เนื้อเชื่อใจ trustworthness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะ ไม่รำเอียง และมีความเป็นมืออาชีพมีประสบการณ์ในการทำงานมีความฉลาดมีอำนาจมีความเชียวชาญ หรือความชำนาญการexpertis มีความรอบรู้ ในงานนั้นๆและมีความรู้ในสาขาวิชานั้นอย่างแท้จริง
ข้อ4.ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
ตอบ.ICT มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการบริหารจัดการองค์การอย่างยิ่ง เพราะ เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการที่สำคัญที่จะนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
1.เพื่อการวางแผนพัฒนาการศึกษาทั้งระยะยาว
2.เพื่อการรายงานผลการปฏิบัติงานหรือรายงานข้อมูลทางการศึกษาประจำปีการศึกษา
3.ใช้เพื่อการบริหารและงานธุรการของโรงเรียน เช่น การลงทะเบียนนักเรียน การทำบัญชีรายชื่อ และประวัติครู-อาจารย์และเจ้าหน้าที่ การทำบัญชีการเงินงบประมาณ พัสดุ ครุภัณฑ์ รวมทั้งการบริหารอื่นๆ
4.ใช้เพื่อการเรียนการสอน
5.ใช้เพื่อพัฒนาบทเรียนและพัฒนาอาจารย์ เช่น ให้อาจารย์ได้ใช้คอมพิวเตอร์ในการสื่อสาร ส่งอีเมลล์ การค้นหาความรู้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต การหาข้อบทเรียนสำหรับนำมาสอนนักเรียนทางคอมพิวเตอร์
ข้อ5.หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a.Snagit > คือโปรแกรมที่ใช้ในการตัดต่อรูปภาพ ภาพถ่ายต่างๆ เราสามารถใช้โปรแกรมนี้ตัดต่อ ตกแต่งปรับปรุง เพิ่มข้อความต่างๆ เข้าไป แล้วสามารถบันทึกในโปรแกรมต่างๆได้
b.You Tube > เป็น wed ที่ค้นหาไฟล์วีดีโอทั่วโลก
c.iGoogle > ก็คือ search engine แต่มีการเพิ่มลูกเล่นต่าง ๆให้คนใช้ปรับแต่งได้ตามความพอใจของตัวเอง
d.Skype > เป็นโปรแกรมโทรศัพท์ผ่าน อินเตอร์เน็ตโทรฟรีทั่วโลก
e.Skechtup > เป็นโปรแกรมในการสร้างภาพ 3 มิติ เพื่อให้เราได้มองภาพได้เหมืนจริง
นางสาวนิตยา อินทสร รหัส 50210205 เลขที่ 32
อ.เอกรัฐ์ ข้อสี่ล้างให้สะอาดหน่อยอ่านไม่เข้าใจช่วยเพิ่มรายละเอียดด้วย
อ.พรทิพย์ บ่นมากระวังบาปเพิ่ม จำไว้ว่า "nobody is too old to learn"
ขอสารภาพบาปในบ่อทองคำ ครั้งที่ 2
นายเอกรัฐ หลองทุ่ง เลขที่ 22 ห้อง 1
ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
การจัดการความรู้ คือ การรวบรวม การจัดระบบ การจัดเก็บ และการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งบัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร และการจัดการความรู้ (KM) ยังเป็นเครื่องมือ เพื่อใช้ในการบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 3 ประการไปพร้อม ๆ กัน ได้แก่ บรรลุเป้าหมายของงาน บรรลุเป้าหมายการพัฒนาคน และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ซึ่งความรู้แบ่งออกเป็น ความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) และความรู้แฝงฝัง(Tacit Knowledge)
บทบาทของ ICT ในการจัดการความรู้ (KM) คือ
1.เทคโนโลยีการสื่อสาร ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น
ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
Sketchup เป็นโปรแกรมหนึ่งของ google เพื่อใช้ออกแบบสร้างสรรค์แบบจำลองภาพ 3 มิติในคอมพิวเตอร์ ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับงานออกแบบสิ่งของ การออกแบบบ้านอาคารหรือวัตถุต่างๆ
1. อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type
- เป็นการค้นหา File ข้อมูลประเภทไฟล์หรือนามสกุลของไฟล์ ค้นหาข้อมูลตามที่ต้องการ
b. Definitions
เป็นการให้คำนิยามของคำศัพท์ Google สามารถแนะนำได้ ถ้าเราสงสัยคำๆหนึ่งว่าหมายถึงอะไร เราพิมพ์คำที่เราต้องการทราบ สั่งค้นหานิยาม google จะแนะนำว่าเราควรจะไปดูได้จากไหน แนะนำ wep ที่เราจะหาได้ google ไม่ใช่ Dictionary แต่เป็นการบอกความหมาย บอกแหล่งข้อมูล แนะนำ web ให้ เราต้องไปหาเอง เช่น เราถามคำว่า smart แปลว่าฟะไร ก็ difine smart
c. Currency Conversions
แปลว่าการปริวัตเงินตรา ถ้าอยากรู้กระแสเงินตราในโลก แปลเปลี่ยนไปเท่าไร เป็นการเปรียบเทียบอัตราเงินระหว่างประเทศ เช่นไทยกับญี่ปุ่น อเมริกากับไทย คลิก Currency Conversions เข้าไปก็จะมาหน้าตัวอย่าง ถ้าอยากให้สกุลหนึ่ง ปริวัตกับอีกสกุลหนึ่งใช้คำว่า
Thai money in us money
ให้รู้ชื่อประเทศแล้วต่อด้วย money จะหาสกุลเงินให้เราเช่น
1) 3.5 USB in great Briten pound = 1.447
2) Currency of Brazil in malasian money
1 Brazil real = 1.84116052 malasian ringis
d. Book Search
หมายถึงการค้นหาหนังสือ ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต หนังสือบางเล่มพิมพ์ไว้เพื่อโฆษณาขาย บางเล่มโชว์ทุกด้าน บางเล่มโชว์บางหน้า บางเล่มโชว์แต่ปก วิธีการเปิดหน้า google พิมพ์ Book search คลิกค้นหาหนังสือที่แสดงชัด แสดงว่าเข้าไปดูรายละเอียดได้ ถ้าเล่มใดไม่ต้องการให้ดูก็จะเป็นเงาๆ
e. Calculators
เป็นโปรแกรมใช้ในการคำนวณหรือเครื่องคิดเลขที่มีความสามารถในการคำนวณ จะใช้คำนวณฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
ตัวอย่าง
/ หมายถึงการหาร
* หมายถึงการคูณ
พิมพ์
หมายถึง หาส่วนที่เหลือจากการที่ 8 หารด้วย 7
ยกกำลังใช้ เช่น 8 2 หมายถึง 8 ยกกำลัง 2
2. ท่านจะนำหลักการแต่ละข้อของ 10 C แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน Internet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a. Citations
คือการกล่าวถึง อ้างถึงเอกสารใน internet เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อค้นคว้าวิจัยให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ารากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิชาเขียนอ้างอิง บรรณานุกรม มีอยู่หลายแบบหลายลักษณะ แล้วแต่ประเทศหรือมหาวิทยาลัย เช่น จุฬาฯ จะพิมพ์ ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วยวงเล็บเมืองที่พิมพ์
b. Critical Thinking
คือการคิดเชิงวิกฤติ คิดเชื่อมโยง วิเคราะห์ สังเคราะห์ ใช้ประสบการณ์ความรู้ ไปวัด ไปประเมินว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปเชื่อได้หรือไม่ เช่นการทำงานเมื่อไปเจอสิ่งตีพิมพ์ ให้ดูชื่อผู้แต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์
c. Credibility
คือความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระที่เราไปเจอใน Internet เป็นที่น่าเชื่อถือหรือไม่ ดูที่ผู้แต่ง รู้จักผู้แต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ ผู้เล่น ผู้ชำนาญในสาขานั้นหรือไม่ วัตถุประสงค์ของเนื้อหานั้นๆ URL เป็นที่น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด เช่น .Edu .ac ก็จะเป็นทางด้านการศึกษามีความเป็นวิชาการสูง .com ก็จะเกี่ยวกับธุรกิจการค้าขาย เป็นต้น
d. Content
คือเนื้อหาสาระ มีความตั้งใจ มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร มีชื่อ มีผู้แต่ง มีหัวข้อหรือไม่ เป็นไปตามกระแสหรือเชิงวิชาการ ดูด้วยว่าเขียนด้วยความจริงจังเชิงวิชาการหรือเขียนเสียดสี กันเล่นๆ วันที่เขียนบทความนั้นมีความใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้หรือไม่
e. Copyright
คือลิขสิทธิ์ แม้ว่าบทความใน Internet จะไม่มี ผู้เขียนชัดเจน แต่มีที่อยู่ปรากฏ อยู่สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญา ทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์เสมอ แต่มีวิธีการนำมาใช้ คือใช้ข้อความสั้นๆ กล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เราสามารถนำบทความนั้นมาอ้างอิงได้โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิมเด็ดขาด
3. ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership) ตามหลักองค์ประกอบของ
Credibility = Trustworthiness Expertise อย่างละเอียด
Credulity คือความหน้าเชื่อถือ ความเชื่อถือได้
Trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจสามารถนำมาประกอบการตัดสินใจได้ มีความ ความเข้าใจได้บ่งบอกถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้ดีงามและมีจรรยาบรรณ
Expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการคือความเป็นผู้เชียวชาญมีความรู้มีประสบการณ์บ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีแสดงออกมาบริหารจัดการให้ประสบผลสำเร็จผู้บริหารจะต้องมี ภาวะผู้นำเป็นคนที่เชื่อถือได้เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจมีความตั้งใจในการทำงานมีความเชียวชาญมีความรู้นำพาองค์กร
ไปสู่ความสำเร็จได้ตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้
4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM อธิบายอย่างละเอียด
การจัดการความรู้คือการรวบรวมการจัดการความรู้อย่างเป็นระบบมีการจัดเก็บข้อมูลและแบ่งปันความรู้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
และประสิทธิผลให้กับองค์กรและการจัดการความรู้เพื่อใช้ให้เป็นการบรรลุเป้าหมาย การพัฒนาคนและบรรลุเป้าหมายกรพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
บทบาทของ ICT ในการจัดการความรู้
- เทคโนโลยีการสื่อสาร สามารถติดต่อสื่อสารกันทั่วโลกนำความรู้ความสามารถเพื่อเพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะและประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสารสำเร็จลุตามวัตถุประสงค์
- เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงนร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนความรู้ความแลกเปลี่ยนสามารถถ่ายทอดความรู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันและการทำงานร่วมกัน
- เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
การรวบรวมข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล กรประมวลผลข้อมูล การพิมพ์การสร้างาน การสื่อสารข้อมูลรวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็ว
- เทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาองค์กรทุกๆ ด้าน
5. อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
C. iGoogle คือ Search engine ชนิดหนึ่งที่สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว สามารถปรับแต่งเว็บได้ตามความต้องการมี Gadget ต่างๆ ให้เลือกมากมายเช่น ข่าวสารต่างๆ เช่นข่าวกีฬา การบันเทิง พยากรณ์อากาศ นาฬิกา สมุดบันทึก
d.Skype
เป็นโปรแกรมที่ใช้โทรศัพท์ผ่าน Internet ทางไกลทั่วโลกเป็นการติดต่อสื่อสารผ่าน Internet สามารถพูดคุยกันได้สามารถเห็นคูู่สนทนาและได้ยินเสียงด้วยโดยผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี กล้อง webcamและไมโครโฟน
e.Skechtup
เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบ Model 3 มิติ สามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกรวดเร็วมีการใช้เครื่องมืออย่างง่าย
นางจิรัฐติ พิมพ์แสง เลขที่ 27 ห้อง1 ขอสารภาพค่ะ ฮาฮาๆๆๆ
แก้ไขข้อผิดพลาดในการทำข้อสอบ
1. อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type
เป็นการค้นหา File จาก Google ตามใจสั่งได้ว่าเราอยากให้ค้น เป็น File แบบไหน เช่นครูผู้สอน ทำ Power point.ในการเรียนการสอน ก็ไม่ต้องพิมพ์เองสามารถไปคัดลอกมาได้ เช่นคำว่า ดอกกุหลาบ ก็พิมพ์คำว่า
Rose ; PPT
- ถ้า PPT สามารถ คัดลอกได้ ก็ Save ได้เลย และสามารถดึงออกมาใช้งานได้
- ถ้าอยากให้เป็นของเราก็เปลี่ยนสี Slow Coller จะกลายเป็นของตัวเอง
- ถาต้องการทำเป็นรายงานต้องเป็น DBT ถ้านำเสนอก็เป็น PPT
b. Definitions
เป็นเสมือนสารานุกรมเป็น web พึ่งพาได้ เป็นการค้นหา สามารถแนะนำได้ ถ้าเราสงสัยคำๆหนึ่งว่าหมายถึงอะไร เราพิมพ์คำที่เราต้องการทราบ สั่งหานิยาม google จะแนะนำว่าเราควรจะไปดูได้จากไหน แนะนำ web ที่เราจะหาได้ google ไม่ใช่ Dictionary แต่เป็นการบอกความหมาย บอกแหล่งข้อมูล แนะนำ web ให้ เราต้องไปหาเอง เช่น เราถามคำว่า smart แปลว่าอะไร ก็ difine smart
c. Currency Conversions
แปลว่าการปริวัตเงินตรา ถ้าอยากรู้กระแสเงินตราในโลก แปลเปลี่ยนไปเท่าไร เป็นการเปรียบเทียบอัตราเงินระหว่างประเทศ เช่นไทยกับญี่ปุ่น อเมริกากับไทย คลิก Currency Conversions เข้าไปก็จะมาหน้าตัวอย่าง ถ้าอยากให้สกุลหนึ่ง ปริวัตกับอีกสกุลหนึ่งใช้คำว่า
Thai money in us money
ให้รู้ชื่อประเทศแล้วต่อด้วย money จะหาสกุลเงินให้เราเช่น
1) 3.5 USB in great Briten pound = 1.447
2) Currency of Brazil in malasian money
1 Brazil real = 1.84116052 malasian ringis
d. Book Search
คือการค้นหนังสือ หนังสือบางเล่มพิมพ์ไว้เพื่อโฆษณาขาย บางเล่มโชว์ทุกด้าน บางเล่มโชว์บางหน้า บางเล่มโชว์แต่ปก วิธีการเปิดหน้า google พิมพ์ Book search คลิกค้นหาหนังสือที่แสดงชัด แสดงว่าเข้าไปดูรายละเอียดได้ ถ้าเล่มใดไม่ต้องการให้ดูก็จะเป็นเงาๆ
e. Calculators
เป็นโปรแกรมใช้ในการคำนวณ google เป็น search angina ที่มีความสามารถในการคำนวณ จะใช้คำนวณฟังก์ชั่นต่างๆ ได้เกือบหมด และเวลาจะสั่งให้ google คำนวณจะต้องใช้เครื่องหมายเฉพาะ
ตัวอย่าง
พิมพ์
หมายถึง หาส่วนที่เหลือจากการที่ 8 หารด้วย 7
ยกกำลังใช้ เช่น 8 2 หมายถึง 8 ยกกำลัง 2
2. ท่านจะนำหลักการแต่ละข้อของ 10 C แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน Internet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a. Citations
คือการกล่าวถึง อ้างถึงเอกสารใน internet เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อค้นคว้าวิจัยให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ารากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิชาเขียนอ้างอิง บรรณานุกรม มีอยู่หลายแบบหลายลักษณะ แล้วแต่ประเทศหรือมหาวิทยาลัย เช่น จุฬาฯ จะพิมพ์ ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วยวงเล็บเมืองที่พิมพ์
b. Critical Thinking
คือการคิดเชิงวิกฤติ คิดเชื่อมโยง วิเคราะห์ สังเคราะห์ ใช้ประสบการณ์ความรู้ ไปวัด ไปประเมินว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่แล้วสรุปว่าเชื่อได้หรือไม่ เช่นการทำงานเมื่อไปเจอสิ่งตีพิมพ์ ให้ดุว่าใครแต่ง มีชื่อเสียงหรืไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดุ
c. Credibility
คือความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระที่เราไปเจอใน Internet เป็นที่น่าเชื่อถือหรือไม่ ดูที่ผู้แต่ง รู้จักผู้แต่งหรืไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ ผู้เล่นในสาขานั้นหรือไม่ วัตถุประสงค์ของเนื้อหานั้นๆ URL เป็น .Edu หรือไม่ ถ้าลงท้ายด้วย .ac จะมีความเป็นวิชาการสูง
d. Content
คือเนื้อหาสาระ มีความตั้งใจ มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร มีชื่อ มีผู้แต่ง มีหัวข้อหรือไม่ เป็นไปตามกระแสหรือเชิงวิชาการ ดูด้วยว่าเขียนด้วยความจริงจังเชิงวิชาการหรือเขียนเสียดสี กันเล่นๆ วันที่เขียนบทความนั้นมีความใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้หรือไม่
e. Copyright
คือลิขสิทธิ์ แม้ว่าบทความใน Internet จะไม่มี ผู้เขียนชัดเจน แต่มีที่อยู่ปรากฏ อยู่สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญา ทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์เสมอ แต่มีวิธีการนำมาใช้ คือใช้ข้อความสั้นๆ กล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เราสามารถนำบทความนั้นมาอ้างอิงได้โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิมเด็ดขาด
3. ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership) ตามหลักองค์ประกอบของ
Credibility = Trustworthiness+Expertise อย่างละเอียด
Credibility คือ ความน่าเชื่อถือ ความเชื่อได้
Trustworthiness คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
Expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ คือเป็นผู้มีความรอบรู้มีประสบการณ์สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้ และทักษะที่มีและแสดงออกมา ผู้บริหารที่ดี บริหารจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นต้องประกอบไปด้วย คุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้ คือ คนที่เชื่อถือได้ เป็นที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจหรือไว้เนื้อเชื่อใจ (Trustuorthiness)มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ (Expertise) มีความรอบรู้ในงานนั้น ๆ อย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ(Credibility) ในตัวของผู้บริหารและนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จให้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้
4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM อธิบายอย่างละเอียด
KM หรือ Knowledge Management เป็นการบริหารจัดการความรู้ หรือเป็นวงจรการสื่อสารแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบุคคล ทั้งเป็นทางการ และ ไม่เป็นทางการแล้วนำความรู้ต่าง ๆ ที่ได้รับมาแปลความหมายให้กลายเป็นความรู้ใหม่ของตนเอง สามารถเขียนอธิบายออกมาได้เพื่อเผยแพร่สู่องค์การ โดยกระจายความรู้สู่กลุ่มเป้าหมาย โดยสมาชิกขององค์การได้รับความรู้ที่เผยแพร่มาแล้วนำไปปฏิบัติจนเข้าใจเป็นความรู้ของตนเอง และนำไปสื่อสารแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อนำไปสู่การเกิดความรู้ใหม่ ซึ่ง ICT จะมีส่วนหรือมีบทบาทในการจัดการความรู้โดยแทรก ไปในวงจรหรือขั้นตอนการจัดการความรู้ โดยการรวบรวมความรู้อาจในรูป File word Power point หรืออื่น ๆ ซึ่งเป็นการเป็นขั้นตอนของการแปลจากความรู้ธรรมดา มาจัดรูปแบบและเผยแพร่ผ่าน Internet บุคคลที่ได้รับความรู้นำไปปฏิบัติจนเข้าใจเป็นความรู้ของตนเองและนำมาสร้างเป็นนวตกรรม โดยใช้เป็นสื่อต่าง ๆ ได้
5. อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a. Snagit
เป็นโปรแกรมใช้ตัดต่อ ข้อความหรือรูปภาพเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับโปรแกรมอื่น ที่สามารถปรับตกแต่ง เพิ่มสีสัน เสียง บรรยายภาพ ตามความต้องการสามารถจัดเก็บเป็นFile word excel powerpoint DBF(อโคแบด) หรือสามารถนำไปประยุกต์เป็นสื่อการเรียนการสอนและนำเสนอผลงานได้ ทำให้งานมีสีสัน ตื่นเต้นเร้าใจ ไม่น่าเบื่อ
b. You Tube
เป็นโปรแกรมใช้ค้นหา File VDO หรือภาพเคลื่อนไหวทั่วโลก
c. iGoogle
เป็น Search engine ที่สามารถปรับเปลี่ยน web มีหัวข้อเข้าโดยสะดวก เช่นข่าวสารต่าง ๆ กีฬา บันเทิง สภาพภูมิอากาศ และ อื่น ๆ
d. Skype
เป็นโปรแกรมที่ใช้โทรศัพท์ผ่าน Internet ทางไกลทั่วโลกเป็นการสนทนา สื่อสารผ่านระบบเครือข่ายโทรศัพท์โดยสามารถได้ยินเสียง มองเห็นคู่สนทนา และติดต่อกันได้ทั่วโลก ทั้งโทรศัพท์และ อินเตอร์เน็ต โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
e. Skechtup
เป็นโปรแกรม 3 มิติ ซึ่งสามารถสร้างงาน สื่อการเรียนการสอน ในด้านการเขียนแบบ สร้าง Model และแบบจำลองได้
kp1.อธิบายหน้าที่หลักของgoogle search features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a.file type เป็นการค้นหาไฟล์ ข้อมูลของไฟล์หรือนามสกุลของไฟล์ สามารถค้นหาข้อมูลตามที่ต้องการได้
b.definitions คือการให้คำนิยามศัพท์ใช้สืบค้นเมื่อต้องการหาความหมายของศัพท์ต่างๆเพื่อสะดวกในการแปลศัพท์ได้ดี
c.currency conversions คือกระแสการปรับเปลี่ยน เช่นกระแสเงิน การเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน ถ้าเราต้องการรู้ข้อมูล เงินตราต่างประเทศ เราก็สืบค้นด้วยข้อมูลนี้
d.book search คือเครื่องมือที่ใช้สำหรับค้นหาหนังสือที่ต้องการ และวิธีค้นหาหนังสือใหม่ที่น่าสนใจ สามารถค้นหาหนังสืองานวิจัยได้
e.calculators คือเครื่องมือที่ใช้ในการคำนวณโดยใช้สัญลักษณ์เช่น
addition เครื่องหมาย +
subtraction เครื่องหมาย -
เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญลักษณ์ *
เช่น 8*7 หมายถึง 8X7
2.ท่านจะนำหลักการแต่ละข้อของ 10 cแต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน internet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a.citations คือการอ้างอิง อ้างถึงแหล่งทรัพยากรหรือข้อความในเว็บไซต์ ควรมีข้อความอ้างอิงเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความ และสามารถค้นหาข้อมูลเพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก
b.critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤติ คิดเชิงลึก คิดโดยใช้เหตุผล ใช้ประสบการณ์ความรู้เดิมไม่ใช่เห็นแล้วเชื่อเลย บอกชื่อผู้แต่งได้หรือไม่ บอกสำนักพิมพ์ได้หรือไม่ ใช้ประสบการณ์ความรู้ไปวัด และประเมินว่าผู้แต่งเป็นใคร แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือหรือไม่การทำงานให้เหมือนกับไปเจอสิ่งใหม่ๆ ว่าใครเป็นผู้แต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c.credibility คือความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระที่พบในinternet มีระบุชื่อที่ชัดเจนหรือไม่ น่าเชื่อถือหรือไม่ ผู้แต่งมีความรู้ในสาขานั้นหรือไม่
d.content คือเนื้อหาสาระมีวัตถุประสงค์อะไร มีเนื้อหาสาระอะไร เขียนเพื่ออะไร มีชื่อผู้แต่งหรือไม่ ทันสมัยหรือไม่ เนื้อหามีลักษณะตามกระแสเชิงวิชาการบทความนั้นมีความเป็นวิชาการหรือไม่
e.copyright คือลิขสิทธิ์ ได้รับการคุ้มครองโดยลิขสิทธิ์ ถึงแม้จะเป็นลิขสิทธิ์ในinternetจะไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน ขออย่าได้นำภาพหรือข้อความมาพิมพ์เพื่อจำหน่ายเป็นการค้า
3.ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (leadership)ตามองค์ประกอบของ
credibility=trustworthiness+expertiseอย่างละเอียด
-credibility คือความน่าเชื่อถือ ความเชื่อได้
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้
4.ict มีบทบาทในขั้นตอนใดของ km อธิบายอย่างละเอียด
-การจัดการเรียนรู้คือ การรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลให้กับองค์กร
-ในปัจจุบัน ict มีบทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้คือ
1.การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสารต่างๆ นำมาปรับใช้ในการบริหารงานภายในองค์กร เพื่อให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เช่นการติดต่อสื่อสารผ่าน internetme ทำให้เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร มีการเชื่อมโยงข้อมูลภายในองค์กรทำให้การประสานงานติดต่อเป็นไปด้วยความฉับไวสำเร็จตามวัตถุประสงค์
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน เทคโนโลยีช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจและความคิดกันได้อย่างกว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยนคือความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน การหาโอกาสเรียนรู้สามารถถ่ายทอดความรู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่นการประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง internet
3.เทคโนโลยีเพื่อการจัดเก็บและการสืบค้น เป็นการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาและปรับปรุงการทำงาน ให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
5.อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a.snagit คือโปรแกรมที่ใช้ในการตัดต่อรูปภาพ ภาพถ่ายต่างๆเราสามารถใช้โปรแกรมนี้ตัดต่อ ตกแต่งปรับปรุง สามารถบันทึกลงในโปรแกรมต่างๆได้
b.you tube เป็นwebที่ต้องการค้นหาภาพ vdo ภาพเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นมิวสิควีดีโอ หรือโฆษณาภาพเคลื่อนไหวต่างๆได้ทั่วโลก
c.igoogle คือ search engin มีการเพิ่มลูกเล่นต่างๆให้คนเข้ามาใช้ปรับแต่งได้ตามความพอใจ สามารถเลือกข่าวพยากรณ์อากาศ ข่าวธุรกิจ ข่าวการเมือง ข่าวบันเทิง เป็นต้น
d.skype เป็นโปรแกรมเทคโนโลยีแห่งโลก internet ถ้ามีไมโครโฟนที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ headest(หูฟังพร้อมไมโครโฟน) ก็สามารถเข้าไปสูการพูดคุยกับเพื่อนๆได้ทั่วทุกมุมโลก เหมือนกับคุยโทรศัพท์อยู่ที่บ้าน
e.skechtup เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบ สร้างสรรค์แบบจำลองภาพ 3 มิติในคอมพิวเตอร์ สามารถสร้างงานเขียนแบบ หรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
อลิสา ปองดี รหัส 50210172 เลขที่ 13 ห้อง 1
1.อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type ค้นข้อมูลตามที่สั่งว่าจะค้นเป็นไฟล์แบบไหน เช่นอยากค้น KM เป็นแบบงานนำเสนอ Power Point ก็พิมพ์คำว่า KM แล้วตามด้วยppt
b.Definitions การให้นิยามของคำศัพท์ ถ้าเราสงสัยคำคำหนึ่งว่าหมายความว่าอย่างไร Definitions จะแนะนำ hits,web site ให้ แต่ไม่ใช่ Dictionary แต่จะบอกข้อมูลของคำนั้น
c.Currency Conversions กระแสการปรับเปลี่ยนสิ่งที่ไหลเวียนขึ้นๆลงๆเช่น กระแสการเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน สามารถบอกการแลกเปลี่ยนเงินตราทั่วโลกได้
d.Book Search เครื่องการค้นหนังสือ และวิธีค้นหาหนังสือใหม่ที่น่าสนใจ สามารถค้นหาหนังสืองานวิจัยได้เราสามารถใช้ค้นหาหนังสืองานวิทยานิพนธ์ได้ บางเล่มโชว์ทุกหน้า บางเล่มโชว์แต่หน้าปก
e.Calclators เครื่องหมายใช้ในการคำนวณ
เช่น คคำนวณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคิดเลขก็ได้
เช่น 7*8+5 เครื่องหมาย * คือ เครื่องหมาย คูณ , + addition ( บวก )
หรือ 3^6เครื่องหมาย ^ คือ เครื่องหมาย ยกกำลัง
3.ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์หลักการของภาวะผู้นำ(Leadership)องค์ประกอบของ Credibility=Trustworthines+ Expertiseอย่างละเอียด
-ความไว้เนื้อเชื่อใจได้Trustworthines เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ web จะประเมินสาระสนเทศต่างๆผ่าน web page ประกอบด้วยความตั้งใจจริง,ความมีสัจจะ,ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจ บ่งบอกถึงความดีงามและความมีจรรยาบรรณของ web site
-ความเป็นผู้เชี่ยวชาญ Expertise การมีความรอบรู้มีประสบการณ์ มีความสามารถในสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้ และทักษะที่ web site แสดงออกมา
-ความน่าเชื่อถือของผู้บริหาร กับภาวะผู้นำสัมพันธ์กันผู้บริหารที่ดีบริหารจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้นั้น จะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะภาวะผู้นำนั้นต้องประกอบไปด้วย ลักษณะต่างๆต่อไปนี้ ต้องเป็นคนที่น่าเชื่อถือได้และต้องเป็นตามที่ดีรับฟังเหตุผลของลูกน้องเมื่อเสนอสิ่งที่เป็นประโยนช์มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะ ไม่ลำเอียง มีความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการในองค์กร มีความฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือความชำนาญการExpertiseมีความรู้ในงานนั้นๆและมีความรู้ในสาขานั้นอย่างแท้จริง
4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใด KM อธิบายอย่างละเอียด
สารสนเทศการรวมระหว่างกันโดยผ่านการเรียนรู้การซึมซับความรู้ เปิดเผยเข้าสู่ภายในบุคคลโดยใช้เทคโนโลยี่ช่วยทำให้เกิดความรู้ปรากฏชัดเจนและเกิดความคิดได้ ในช่วงExplicit to Explicit(Combination) การผสมผสานทุกรูปแบบ,การรวมเข้าด้วยกันสนับสนุนด้วย IT แต่ละบุคคลแลกเปลี่ยนและรวมความเข้าด้วนกันโดยการผ่านสื่อเช่น เอกสารการประชุมกันทางโทรศัพท์
5.อธิบายหน้าที่และประโยนช์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
c. iGoogle
ก็คือ Search engin แต่มีการเพิ่มลูกเล่นต่าง ๆ ให้ผู้ใช้ได้ปรับแต่งได้ ตามความพอใจของตัวเอง Gadget ต่าง ๆ มีให้เลือกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็นพยากรณ์อากาศ ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก
d. Skype
เป็นโปรแกรม สุดยอดเทคโนโลยีแห่งโลกอินเทอร์เน็ต เพียงแค่มี ไมโครโฟน ที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ Headset (หูฟังพร้อมไมโครโฟน) ก็สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกมุมโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน
นางสาวศุภกร นามบุญลา รหัส50210166 ห้อง1
ข้อ 1. a. File type คือ การค้นหา File ฝ่ายไหนจะต้องทำงานอย่างไร เช่น ppt.
b. Definitions คือ นิยามคำศัพท์แนะนำฮิต
c. Currency Conversions คือ เป็นไปตามกระแสการ
ปรับเปลี่ยนเงินสกุล เช่น 3.5 USA in GBP
d. Book Search คือ การค้นหาหนังสือ การเขียนโฆษณา
ของหนังสือ เช่น หนังสือเรื่อง Internet
หนังสือเกี่ยวกับ Dog
e. Calculators คือ เครื่องคำนวณ เช่น 20% Fo 150 หรือ 3*5
ข้อ 2. a. Citations คือการกล่าวอ้างอิง เช่นการกล่าวถึงแหล่งทรัพยากรหรือ
ข้อความใน internet เพื่อการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปอีกหรือเรียกว่า
รากเหง้าซึ่งเขียนอ้างอิง การเขียนบรรณานุกรม 2 แบบ ไทยมี 70 แบบ
เช่น noting hell uidei the sky ไม่มีอะไรภายใต้ท้องฟ้า
b. Critical Thinking คือ การคิดเชิงวิกฤติ เช่นใช้ประสบการณ์
ความรู้ไปวัด แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือ ความน่าเชื่อถือความสามารถ เช่น ดูที่ผู้แต่งเป็นที่
น่าเชื่อถือหรือไม่ ผู้แต่งเป็นผู้รู้ในศาสตร์นั้นๆ หรือไม่ น่าเชื่อถือ
หรือไม่ นามสกุลลงท้ายอะไร .edu การศึกา .com การค้า .org องค์กร
d. Content คือ เนื้อหาสาระ เช่นผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหา
ที่ไม่น่าเชื่อถือสามารถสืบค้นได้
e. Copyright คือ ลิขสิทธิ์ เช่น หนังสือเหนือสิ่งพิมพ์ ต่างกันกับสิทธิ์บัตร
ตรงที่เป็นเจ้าของสิ่งประดิษฐ์ ถึงแม้ว่าลิขสิทธิ์ใน Internet จะไม่ได้
กำหนดไว้อย่างชัดเจน ขอให้อย่านำภาพ ข้อความมาเพื่อพิมพ์จำหน่าย
เป็นการค้า เราสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ กล่าวอ้างอิงได้
ข้อ 3. Credibility คือความน่าเชื่อถือคนที่น่าเชื่อถือได้สารเทศที่น่าเชื่อถือ
เชื่อถือความความไว้เนื้อเชื่อใจได้(Trusteorthiness)รู้สึกว่ามี
คุณภาพคุณภาพที่คนรับรู้เสมอโดยประเมินสารสนเทศ
ต่าง ๆ ผ่านเว็บเพจส์ประกอบด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ
ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ส่วน Experdtise ความเป็นผู้ชำนาญ
การจะต้องมีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะสิ่งเหล่านี้
จะบ่งบอกถึงความรู้
ถ้าเรามาร่วมความหมายที่ได้กล่าวมาแล้วโดยมาประยุกต์ใช้กับผู้บริหาร
ก็จะมีความน่าเชื่อถือโดยมีหลักการโดยจะเป็นผู้ชำนาญการระดับที่สูง
ทีเดียวองค์การหรือสถานศึกษาก็จะมีคุณภาพมีมาตรฐานคือคนที่เป็น
ผู้บริหารหรือภาวะผู้นำจะต้องมองการณไกลเรียนรู้อยู่เสมอ พัฒนา
ทักษะใหม่ ๆ ขยายงานให้กว้างขวางมีความคิดเชิงสร้างสรรค์
กำหนดเป้าหมาย โดยพยายามคิดหาวิธีการทำงานมุ่งมั่นเพื่อให้ไป
สู่จุดมุ่งหมายนั้น เช่น ด้านการศึกษาการปฏิรูปการเรียนรู้เป็นหัวใจ
สำคัญของการปฏิรูปการศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้ การสอนที่
ให้เด็กได้รู้วิธีการเรียนรู้เป็นหัวใจสำคัญได้มีความรู้ใหม่
ผู้นำก็จะเกิดจากคนที่มองเห็นผลงานที่ทำที่ดีมีคุณภาพ
ข้อ 4. ICT คือ 1. เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร 2. เทคโนโลยีสนับสนุน
การทำงานร่วมกัน 3. เทคโนโลยีการจัดเก็บ
จะมีบทบาทกับ KM เป็นความรู้ที่นำมาพัฒนากลไกที่ทำให้ฝัน
เป็นจริง การนำ KM มาใช้เพื่อประโยชน์ 1. ใช้แก้ปัญหา
2. นำมาปรับปรุง 3. มุ่งสร้างนวัตกรรม โดยนำมาใช้และมีขั้น
ตอนดังนี้ สร้าง จัดเก็บ เลือกกรอง กระจาย
ใช้ประโยชน์ ติดตามผลตรวจสอบ
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากนำข้อมูลและประสบการณ์มาประยุกต์ใช้
ปัจจัยที่จะนำ KM มาใช้ให้สำเร็จนั้น 1. การมอง KM แบบ
มองจากระดับปฏิบัติขึ้นมา 2. ความรู้แบ่งเป็นกลุ่ม Explicit
และ Tacit ต้องฝึก Tacit มาใช้มาก ๆ 3. ต้องให้ความสำคัญ
กับปัจจัยอื่นด้วย
ข้อ 5. a. Snagit เป็นโปรแกรมจับภาพ 3 มิติ มีประโยชน์
b. You Tube เป็นโปรแกรมการสนทนา การโทรศัพท์ถึงกันมีประโยชน์
คุยโทรศัพท์ทางไกลได้และสามารถคุยกันได้หลายคน
มองเห็นภาพคนพูดคุยได้
c. iGoogle เป็นโปรแกรมที่เข้าไปดูโครงสร้าง เกี่ยวกับ Google ทั้งหมด
มีประโยชน์ในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
d. SKype เป็นโปรแกรมการมองพื้นที่โลกที่ใช้ดาวเทียมเชื่อมโยงมี
ประโยชน์ ในการค้นหาพื้นที่ที่เราอยู่ ณ ตำแหน่งไหน ที่ไหน
e. Skechtup เป็นโปรแกรมภาพ ประโยชน์การดูภาพ VDO ใน
Internet ขอบคุณคะอาจารย์ที่ให้หนูล้างบาป
นางสาววันทนา ชมดวง เลขที่ 21 รหัส 50210184
ขอสารภาพบาปการสอบวิชาสารสนเทศเพื่อการศึกษา เมื่อวันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2551 เวลา 17.00-19.00 น.
ข้อ 1.อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features พร้อมยกตัวอย่าง
a.File type ทำหน้าที่ในการค้นหาข้อมูลโดยระบุชนิดของ File ที่ต้องการค้นหา เช่น .edu เป็นการหาข้อมูลทางด้านการศึกษา
b.Definitions ทำหน้าที่ค้นหาโดยกำหนดความหมายหรือคำอธิบายของคำนั้น ๆ ให้แน่นอน เช่น Define World Wide Web (WWW)
c.Currency Conversions คือการหาอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของเงินสกุลต่าง ๆ ที่เราต้องการทราบ ณ เวลาปัจจุบัน เช่น ถ้าเราต้องการทราบค่าเงินสกุลฟินแลนด์กับค่าเงินบาทไทย ณ วันที่ 28 เม.ย. 51 มีอัตราแลกเปลี่ยนที่เท่าไหร่
d.Book Search เป็นเครื่องมือสำหรับค้นหาหนังสือที่เราต้องการข้อมูล เช่น ต้องการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับการศึกษา เราก็ทำการ Search ใน Book Search และเข้าไปใน education เมื่อได้แล้วก็ทำการ Copy
e.Calculators เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการคำนวณหรือเป็นเครื่องคิดเลขให้กับเรา เช่น ถ้าต้องการหาคำนวณก็สามารถในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ โดยไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลข
ข้อ 2.อธิบายการนำหลัก 10 C มาใช้ประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน Internet พร้อมยกตัวอย่าง
a.Citations (การอ้างถึง การอ้างอิง) คือการต้องการอ้างถึงแหล่งอื่น ๆ ด้วย เป็นการให้ความน่าเชื่อถือ และให้เกียรติกับผู้เขียนท่านอื่น ๆ อีก และสามารถแนะนำหรือบอกช่องทางให้ผู้อ่านสามารถติดตามเรื่องราวได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น การอ้างอิงในงานวิจัย (บทที่ 2)หรืออ้างอิงทั้งหมดที่ส่วนของบรรณานุกรม
b.Critical Thinking (การคิดเชิงวิกฤติหรือคิดลึก ๆ) คือคิดโดยประสบการณ์และความรู้เดิม เพื่อมาประเมินค่าและผลที่ตามมาว่าเป็นอย่างไร บอกผู้แต่งและสำนักพิมพ์ได้ เช่น ส่วนของบรรณานุกรม
c.Credibility (ความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระ)ดูว่าผู้แต่งมีชื่อระบุชัดเจนหรือไม่ เป็นคนที่น่านับถือในสาขานั้นหรือไม่ วัตถุประสงค์คืออะไร นามสกุลลงท้ายด้วยอะไร เช่น .edu (education),.com (commercial)
d.Content (เนื้อหาสาระ) มีความตั้งใจอะไร วัตถุประสงค์อะไร มีชื่อผู้แต่ง หัวข้อหรือไม่ ได้รับการพิจารณาโดยคณะบุคคลหรือไม่ เนื้อหาตามกระแสหรือตามภาวการณ์หรือไม่ มีการเสียดสี เอาจริงเอาจัง ทันสมัย เป็นปัจจุบัน มี version ทันสมัย หา version ล่าสุดได้ สำคัญอย่างไร และรู้ได้อย่างไร
e.Copyright (ลิขสิทธิ์) ใน web site ส่วนใหญ่จะมีเจ้าของทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ เพลงหรือข้อความต่าง ๆ ถ้าจะทำการคัดลอกลงในงานของเราเอง ต้องเลือกเอาเพียงประโยคสั้น ๆ แล้วใส่เครื่องหมาย "..." ในประโยคที่เราคัดมา และต้องอ้างอิงถึงข้อความหรือประโยคนั้น ๆ ด้วย
ข้อ 3.อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustworthiness+Expertise
ความน่าเชื่อถือ (Credibility)หมายถึง ความเชื่อได้ ความน่าเชื่อถือยังมีลักษณะสองประการคือความรู้สึกว่ามีคุณภาพและคุณภาพที่ผู้คนรับรู้ การรับรู้เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือได้ประเมินได้จากปัจจัยที่สำคัญ ๆ ดังนี้ 1.ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่จะประเมินสารสนเทศต่าง ๆ ผ่านเว็บเพจน์ ประกอบด้วยความตั้งใจจริง (well intentioned)ความมีสัจจะ (truthful)ความไม่ลำเอียง (unbiased)ความไว้เนื้อเชื่อใจได้จึงย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซด์ 2.ความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise)หมายถึง มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่เว็บไซด์แสดงออกมา เมื่อรวมทั้งสองปัจจัยเข้าด้วยกันอาจสรุปได้ว่า เว็บไซด์ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้มาเยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้และความเป็นผู้ชำนาญการในระดับสูง
ข้อ 4.ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
การจัดการความรู้ (Knowledge Management=KM)คือ การดึงเอาความรู้ที่กระจัดกระจาย ฝังอยู่ทั่วไปภายในองค์กรออมารวบรวมและแบ่งกลุ่ม จัดเก็บให้เป็นองค์ความรู้ขององค์กรเพื่อเป้าหมายในการพัฒนาสู่องค์การแห่งการเรียนรู้ต่อไป
ประโยชน์ของการจัดการความรู้ 1.ลดต้นทุน ได้แก่ การตัดสินใจดีขึ้น และลดเวลาในการถามผู้ชำนาญการต่าง ๆ 2.เพิ่มคุณภาพ ได้แก่ การตัดสินใจในการทำงานแต่ละครั้งจะดีขึ้นกว่าครั้งก่อน และสามารถหลีกเลี่ยงความผิดพลาดได้ 3.ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้แก่ จะได้ความเฉลียวฉลาดจากการปฏิบัติงานของบุคคลในองค์กร และเกิดการแลกเปล่ยนเรียนรู้ในองค์กร
ความรู้แบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่ 1.Know-what เป็นความรู้เชิงทฤษฎี 2.Know-how เป็นความรู้เชิงปฏิบัติ 3.Know-why เป็นความรู้เชิงเหตุผล มีการวิเคราะห์ แลกเปลี่ยนความรู้ 4.Care-why เป็นความรู้เชิงสร้างสรรค์ คิดริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ ด้วยตนอง
ประเภทของความรู้ 1.Tacit Knowledge คือความรู้ที่มีอยู่ในแต่ละบุคคลที่ได้มาจากประสบการณ์และความสามารถส่วนตัว ยากที่จะเขียนหรืออธิบายออกมาได้ 2.Embedded Knowledge คือ ความรู้ที่ฝังอยู่ภายในองค์กร 3.Explicit Knowlege คือ ความรู้ที่สามารถอธิบายหรือเขียนออกมาได้โดยง่าย
วงจรการบริหารจัดการองค์ความรู้ 1.Sharing คือการสื่อสารแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบุคคลทั้งเป็นทางการและอย่างไม่เป็นทางการ เช่น การพบปะพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งจะสามารถสื่อความรู้และประสบการณ์ที่แฝงอยู่ภายในบุคคล (Tacit)ได้ 2.Capture คือ การรวบรวมความรู้ต่าง ๆ ที่ได้รับมา (Collaboration)แล้วแปลความให้กลายมาเป็นความรู้ใหม่ของตนเองและสามารถเขียนหรืออธิบายออกมาได้ 3.Classification คือ การนำความรู้ที่ได้มาเขียนอธิบายเพื่อเผยแพร่สู่องค์กร โดยแบ่งกลุ่มความรู้อย่างชัดเจนและกระจายความรู้ถูกกลุ่มเป้าหมาย 4.Understanding คือ การที่สมาชิกในองค์กรได้รับความรู้ที่เผยแพร่มาแล้วนำไปปฏิบัติจนเข้าใจ เป็นความรู้ของตนเอง และนำไปสื่อสารแลกเปลี่ยนความรู้ (Sharing)เพื่อนำไปสู่การเกิดความรู้ใหม่ ๆ ต่อไป
การจัดการความรู้ต้องคำนึงถึง 1.ความรู้และทักษะของพนักงาน 2.ระบบสารสนเทศ 3.ระบบการจัดการ 4.วัฒนธรรมองค์กร
การจัดการความรู้ทำอย่างไร 1.กำหนดองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการแข่งขันและความอยู่รอดขององค์กร 2.ต้องทำงานกันเป็นทีม 3.มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ 4.มีการใช้องค์ความรู้ให้เป็นประโยชน์ต่อองค์กร
ข้อ 5.อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรม
a.Snagit เป็นโปรแกรมที่ใช้จับภาพหน้าจอปัจจุบันเพื่อนำไปใช้ในงานต่าง ๆ โดยสามารถบันทึกเป็น file ชนิดต่าง ๆ ได้ เช่น .doc, .ppt
b.You Tube เป็นเว็บไซด์ที่แชร์ไฟด์ video เอาไว้ให้เลือกดูตามที่ต้องการ
c.iGoogle เป็น Directory search tool ใช้สำหรับการค้นหาข้อมูลจากหัวเรื่อง เช่น การพยากรณ์อากาศ ข่าวธุรกิจ ข่าวเด่น ข่าวด่วน ข่าวบันเทิง เพื่อต้องการหาความรู้กว้าง ๆ นำไปสู่ความรู้อื่น ๆ ต่อไป
d.Skype เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการโทรศัพท์ติดต่อกันโดยผ่านอินเตอร์เน็ต
e.Skechtup เป็นโปรแกรมที่ใช้สร้างภาพ 3 มิติอย่างง่ายและรวดเร็ว
นางสาวรุ่งระวี จียะพันธ์
รหัส 50210161 ห้อง 1 เลขที่ 4
ขอสารภาพบาปที่ทำเมื่อวันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2551
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features พร้อมยกตัวอย่าง
a.File type คือ การค้นหาข้อมูลโดยระบุชนิดของ file ที่จะค้นหา เช่น .pdf , .doc
b.Definitions คือ การค้นหาโดยกำหนดความหมายหรือคำอธิบายของคำนั้นๆให้แน่นอน เช่น define Word Wide Web
c.Currency Conversions คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ณ ปัจจุบัน
d.Book Search คือ การค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ เช่น เราต้องการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับการศึกษา เราก็พิมพ์ Education เครื่องมือนี้ก็จะแสดงเกี่ยวกับรายชื่อหนังสือเกี่ยวกับการศึกษาให้เราได้เลือกหลายประเภท แล้วเราก็สามารถจะเข้าไปดูหนังสือในแต่ละเรื่องที่เราเลือกนั้นได้
e.Calculators เป็นเครื่องมือคำนวณหรือเครื่องคิดเลข เช่น
- x เครื่องหมายคูณ ใช้สัญญลักษณ์ *
ตัวอย่าง 8*9 หมายถึง 8x9
ข้อ2.ท่านจะนำหลักการแต่ละข้อของ 10 C แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน Internet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a.Citations (การอ้างถึง การอ้างอิง)ต้องมีการอ้างถึงแหล่งอื่นๆด้วย เป็นการให้ความน่าเชื่อถือ-ชื่อเสียงกับผู้เขียนท่านอื่นๆอีกและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปอีกได้หรือบอกช่องทางให้ผู้อ่านสามารถติดตามเรื่องราวได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
b.Critical Thinking (การคิดเชิงวิกฤติ หรือคิดลึกๆ)ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ และความรู้เดิมไปวัดและประเมินค่าว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเค้ามั๊ย แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ การทำงาน ให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์เก่าๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงมั๊ย แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c.Credibility (ความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระ)ความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรกดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้น หรือไม่ ถ้าลงท้ายด้วย จุด .ac ก็จะมีความเป็นวิชาการสูงกว่าพวกท่ลงท้ายด้วย จุด .org(organization) , .edu(education) , .gov(government) มีความน่าเชื่อได้มากกว่า .com เพราะจุดคอมเป็นการทำเพื่อการค้าหรือเป็นองค์การ
d.Content ( เนื้อหาสาระ)ผู้แต่งคือใคร มีความตั้งใจอะไร วัตถุประสงค์อะไร มีชื่อผู้แต่ง หัวข้อหรือไม่ ได้รับการพิจารณา โดยคณะบุคคลหรือไม่ เนื้อหาตามกระแสเชิงวิชาการหรือไม่,มีการเสียดสี,เอาจริงเอาจัง,ทันสมัยเป็นปัจจุบัน มี versionทันสมัย หา version ล่าสุดได้ ,สำคัญอย่างไร และรู้ได้อย่างไร
e.Copyright (ลิขสิทธิ์) ใน web site ส่วนใหญ่จะมีเจ้าของทั้งหมดไม้ว่าจะเป็นรูปภาพ เพลง หรือข้อความต่างๆ ถ้าจะทำการตัดลอกลงในวิจัยของเราเองต้องเลือกเอาเพียงประโยคสั้นๆ แล้วใส่เครื่องหมาย"...." ในประโยคที่เราตัดมา แล้วต้องมีการอ้างอิงถึงข้อความหรือประโยคนั้นๆ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า.........เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด
ข้อ 3.ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership) ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustworthiness+Expertise อย่างละเอียด
ตอบ ความน่าเชื่อถือ(credibility)คือ ความเชื่อได้ ดังเช่น คนน่าเชื่อถือได้ สารสนเทศที่น่าเชื่อถือได้ก็คือสารสนเทศที่เราเชื่อได้นั่นเอง ความน่าเชื่อถือมีลักษณะสองประการคือ ความรู้สึกว่ามีคุณภาพ คุณภาพที่ผู้คนรับรู้ดังกล่าว อาจไม่มีอยู่ในบุคคล , วัตถุหรือสารสนเทศจริงๆก็ได้
นักวิชาการเชื่อว่าการรับรู้เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือได้เป็นผลมาจากสมองได้ประเมินปัจจัยหลากหลายไปพร้อมๆกัน ปัจจัยสำคัญๆอาจได้แก่;
ก.ความไว้เนื้อเชื่อใจ (trustworthiness) เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่นักท่องเว็บจะประเมินสารสนเทศต่างๆผ่านเว็บเพจส์ ประกอบด้วย
- ความตั้งใจจริง(wellintentioned)
- ความมีสัจจะ(truthful)
- ความไม่ลำเอียง(unbiased)
ความไว้เนื้อเชื่อใจได้จึงย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซต์
ข.ความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise)คือมีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่เว็บไซต์แสดงออกมา
เมื่อรวมทั้งสองปัจจัยเข้าด้วยกันสรุปได้ว่า เว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้มาเยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการในระดับสูง
ข้อ 4.ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM อธิบายอย่างละเอียด
ตอบ Knowledge Management การจัดการความรู้ เป็นการดึงเอาความรู้ที่กระจัดกระจายฝังอยู่ทั่วไปภายในองค์กร ออกมารวบรวม และแบ่งกลุ่ม จัดเก็บให้เป็นองค์ความรู้ขององค์กร เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ต่อไปต้องดำเนินการในลักษณะที่บูรณาการอยู่ในกิจกรรมหรืองานประจำ ต้องไม่ทำให้สมาชิกขององค์กรรู้สึกว่ามีภาระเพิ่มขึ้น
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ICT มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และ ICT จึงมีผลต่อระบบการศึกษาโดยตรง ICT เกี่ยวข้องโดยตรงกับการรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร ความรอบรู้ จัดระบบ ประมวลผล ส่งผ่านและสื่อสารด้วยความเร็วสูง และปริมาณมาก นำเสนอและแสดงผลด้วยระบบสื่อสารต่างๆ ทั้งทางด้านข้อมูล รูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว และวิดีโอ อีกทั้งยังสามารถสร้างระบบการมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบ ทำให้การเรียนรู้ในยุคใหม่ใช้ขุมความรู้ที่เรียกว่า Knowledge
การจัดการความรู้ทำอย่างไร
- กำหนดองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการแข่งขันและความอยู่รอดขององค์กร (Value & Risk )
- การสร้างและการจัดการต้องทำเป็นทีม
- มีการถ่ายทอดองค์ความรู้
- มีการใช้องค์ความรู้ให้เป็นประโยชน์ต่อองค์กร
การจัดการความรู้ต้องคำนึงถึง
1. ความรู้และทักษะของพนักงาน
2. ระบบเทคโนโลยี
3. ระบบการจัดการ
4. วัฒนธรรมองค์การ
องค์ประกอบของการจัดการความรู้
ข้อมูล สารสนเทศ ความรู้ ปฏิบัติการ ความฉลาดรอบรู้
สรุป เราสามารถนำ ICT มาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนนั่งเอง เพื่อสนองตอบการพัฒนาการศึกษา ซึ่งได้แก่ การพัฒนาเครือข่ายของสถาบันการศึกา เพื่อการเรียนการสอน โดยเน้นการเชื่อมโยงสถานศึกษาทุกแห่งเข้าด้วยกัน และใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดกับสถานศึกษา องค์กร และประเทศชาติ
ข้อ 5.อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a.Snagit = โปรแกรมที่ใช้จับภาพหน้าจอปัจจุบันเพื่อนำไปใช้ในงานต่างๆ โดยสามารถบันทึกเป็น file ชนิดต่างๆ เช่น .doc , .ppt
b.You Tube = เว็บไซด์ที่แชร์ไฟล์ video เอาไว้ให้เลือกดู
c.iGoogle = Directory search tool เช่น หมวดข่าว หมวดเกม หมวดกีฬา
d.Skype = โปรแกรมที่ใช้ในการโทรศัพท์ติดต่อกันโดยผ่านอินเตอร์เน็ต
e.Skechtup = โปรแกรมที่ใช้สร้างภาพ 3 มิติ อย่างง่ายและรวดเร็ว
หนูลืมใส่ชื่อ เลขที่ และรหัสนักศึกษาค่ะ
นางสาวสุจิตรา คำเนตร
เลขที่ 14 รหัส 50210174 ห้อง 1
ส่งงานแก้ไขความผิดพลาดในการสอบ
1. อธิบายหน้าที่ของGooGle Search Features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ การค้นไฟล์ ชนิดโฟลเดอร์ต่าง ๆ ค้นหาข้อมูลตามใจสั่งได้
โดยเลือกว่าเป็นการทำรายงาน ก็ใช้ dpt การนำเสนอpowerpoint ก็ใช้ ppt
เช่น พิมพ์ Leadership: ppt เป็นต้น
b. Definitions คือ การแนะนำฮิต แนะนำเว็บไซต์ที่เราจะพึ่งพาอาศัยได้ define google บอกแหล่งความหมายของคำ การให้คำนิยามของศัพท์ ถ้าเราสงสัยคำ ๆ หนึ่งว่าหมายถึงอะไร ก็คลิก definitions แล้วพิมพ์ เช่น Smart ก็เป็น define Smart
c.Currency Conversions คือ กระแส เป็นไปตามกระแส การปริวัตร เปลี่ยนเงินตรา ถ้าอยากรู้กระแสเงินในโลกนี้แปรเปลี่ยน หรือเปรียบเทียบเงินตราระหว่างประเทศ
d.Book Search คือ การค้นหนังสือ แสดงหนังสือ ค้นอ่านหนังสือ อ่านงานวิทยานิพนธ์ วิจัย บางเล่มโชว์หมด โชว์ทุกหน้า บางเล่มไม่โชว์ โชว์แต่ปก จะ save as ไม่ได้ ต้องเปิดหน้า google พิมพ์ book search คลิก ก็จะพบ การค้นหาหนังสือโดยเฉพาะ ค้นหาหนังสือเล่มใหม่ รายละเอียดใหม่ ๆ เวลาค้นต้องพิมพ์ชื่อภาษาอังกฤษ จะได้เห็นหนังสือมากมายเป็นตับ ที่เป็นเงา ๆ มีแต่ชื่อ มีแต่วิญญาณ มีแต่ชื่อ ตัวจริงหนังสือไม่มี ดูไม่ได้ เล่มที่ดูได้ จะมีปกสวย ๆ ถ้ามีรูปก็ดูได้ สั่งซื้อได้
e.Calculators คือ เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด เราสามารถนำมาใช้งานได้ คลิก compleate จะพบหน้าตาเครื่องหมายของเครื่องคำนวณ เช่น
+ addition
- subtraction
x ใช้เครื่องหมาย * เช่น 3*2 3 คูณ 2
หาร ใช้เครื่องหมาย / เช่น 2/10 2 หาร 10
% หาเศษส่วน เช่น 8% 7
^ ยกกำลัง เช่น 9^2 แปลว่า 9ยกกำลัง 2
th root of คือ รูท 5 th รากที่ 5 ของฐาน 2 เป็นต้น
% of แปลว่า หา % ของ 20% of 150 แปลว่าหาเปอร์เซนต์
2. ท่านจะนำหลักการแต่ละข้อของ 10 c แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน Internet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a. Citations คือ แหล่งทรัพยากร การกล่าวถึง อ้างถึง เอกสารในอินเตอร์เน็ตต้องมีการกล่าวถึงอ้างถึงหรืออ้างอิงเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อค้นคว้าวิจัยให้ลึกลงไปได้อีกหรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิง หรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหลายลักษณะแล้วแต่ประเทศหรือมหาวิทยาลัย เช่น
Apa อเมริกัน ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์ (เหมือนของม.วงษ์)
จุฬา ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย วงเล็บเมืองที่พิมพ์
b. Critical Thinking คือ การคิดเชิงวิกฤต ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน คิดเชื่อมโยง วิเคราะห์ สังเคราะห์ ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัดไปประเมินว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขามั๊ย แล้วสรุปว่าเชื่อถือหรือไม่ การทำงาน ให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์เก่า ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงไหม แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือ ความน่าเชื่อถือ+ความสามารถ ความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระที่เราไปเจอในnet เป็นที่น่าเชื่อถือหรือไม่ ดูที่ผู้แต่ง รู้จักผู้แต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ วัตถุประสงค์ของเนื้อหานั้น ๆ ถ้าลงท้ายด้วยจุด .ac (อะคาเดมิก) ก็จะมีความเป็นวิชาการสูงกว่าพวกที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net .edu .gov ( government ) มีความน่าเชื่อถือได้มากกว่า .com เพราะจุดคอมเป็นการทำเพื่อการค้า หรือเป็นองค์การ
d. Content คือ เนื้อหาสาระ น่าเชื่อถือ มีความตั้งใจ มีวัตถุประสงค์ เพื่ออะไรมีผู้แต่งไหม
ผู้แต่งคือใครจะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ มีหัวข้อไหม เป็นไปตามกระแสหรือเชิงวิชาการ ดูด้วยว่าเขียนด้วยความจริงจังเชิงวิชาการ หรือเขียนเสียดสีกันเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้นมีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นเป็นปัจจุบันหรือไม่ มีเวอร์ชั่นล่าสุดหรือเปล่า วันที่ลงไว้ไหม
e. Copyright คือ แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ตจะไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มีที่อยู่ปรากฏอยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่าการใช้อย่างยุติธรรม คือ สามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า.......... เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิมเด็ดขาด
3. ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership)ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustworthiness + Expertise อย่างละเอียด
ตอบ Credibility หมายถึง ความเชื่อได้ เชื่อได้เลย (believability) หรืออีกนัยยะหนึ่งคือการรับรู้ ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บน 2 ปัจจัยด้วยกัน คนที่มีเครดิตจะมีสีเหลืองกับสีเขียว เหลืองไว้วางใจได้ส่วนสีเขียวคือ ผู้เชี่ยวชาญ เมื่อรวมกัน ผู้ที่มีเครดิตเชื่อถือได้ คนน่าเชื่อถือได้ สารสนเทศที่น่าเชื่อถือก็คือสารสนเทศที่เราเชื่อได้นั่นเอง ความน่าเชื่อถือยังมีลักษณะสองประการคือ ความรู้สึกว่ามีคุณภาพ คุณภาพที่ผู้คนรับรู้ (Perceired) ดังกล่าว อาจไม่มีอยู่ในบุคคล , วัตถุหรือสารสนเทศจริง ๆ ก็ได้
Trustworthiness หมายถึง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ ประกอบด้วย 4 ประการคือ
1. ความไม่ลำเอียง (unbiased)
2. ความมีสัจจะ (truthful)
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
รวมกันจะเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจได้ของเว็บไซต์
Expertise หมายถึง ความเชี่ยวชาญ ความเป็นผู้ชำนาญการ มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้ และทักษะที่เว็บไซต์แสดงออกมา
เมื่อรวมทั้งหมดแล้วอาจสรุปได้ว่า เว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้มาเยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการในระดับสูง
ถ้าเว็บไซต์ของโรงเรียนดูดี มีเนื้อหาสาระ ลิ้งค์ง่าย มีที่อยู่ มีภาพบุคลากร มีภาพกิจกรรม มีการประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวสารงานในโรงเรียนอยู่ประจำ มีการเคลื่อนไหว ออกแบบเว็บไซต์สวยงาม ก็บ่งบอกถึงความเอาใจใส่ของผู้นำด้วย และบ่งชี้ได้ว่าผู้นำอาจจะมีความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีและเอาใจใส่ดูแลเว็บไซต์เพราะถือได้ว่าเป็นหน้าตาของโรงเรียนและอาจจะบ่งบอกได้ว่ามีบุคลากรที่มีฝีมือดี มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีอีกด้วย
4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM อธิบายอย่างละเอียด
ตอบ Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กรและการจัดการความรู้ (KM) ยังเป็นเครื่องมือ เพื่อใช้ในการบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 3 ประการไปพร้อม ๆ กัน ได้แก่ บรรลุเป้าหมายของงาน บรรลุเป้าหมายการพัฒนาคน และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ
1. การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสารต่างๆ มาปรับใช้ในการบริหารงานภายในองค์กร เพื่อให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เช่น การติดต่อสื่อสารผ่าน อินเตอร์เน็ต ทำให้เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร มีการเชื่อมโยงข้อมูลภายองค์กรทำให้การประสานงานติดต่อเป็นไปด้วยความฉับไวและนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารในปัจจุบันการสื่อสารมีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก อย่างเช่นในเรื่องของการประหยัดเวลา พลังงาน คือใช้โทรศัพท์ติดต่อหรือใช้อินเตอร์เน็ต พูดคุยได้ไม่ต้องเสียเวลาขับรถไปหากันและช่วยประหยัดน้ำมันด้วย
2. เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทางอินเตอร์เน็ต การสร้างสื่อนวัต กรรมการเรียนการสอน โดยใช้สื่อด้าน ICT การสอนให้ เพื่อนร่วมงาน คือครู ผู้บริหาร และเด็กรู้จักใช้สื่อ เทโนโลยีต่าง ๆ ในทางที่ถูกต้องที่ได้เรียนกับอาจารย์มา
3. เทคโนโลยีเพื่อการจัดเก็บและการสืบค้น เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างงาน การสื่อสารข้อมูลรายงานต่าง ๆ ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ และการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น การบริหารงานด้านต่างๆ ภายในองค์กรถ้ามีการจัดเก็บและสืบค้นอย่างเป็นระบบโดยนำเทคโนโลยีมาช่วยจะทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการจัดเก็บและการสืบค้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างการทำงานของครู มีการพิมพ์งาน จัดเก็บและสามารถค้นข้อมูลขึ้นมาศึกษาพัฒนาปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาได้ นี่แหละ!!!!!! โลกแห่งเทคโนโลยี
5. อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a. Snagit คือ โปรแกรมตัดต่อตกแต่งเพิ่มเติมรูปภาพ ใส่ข้อความ คำพูด ได้ แล้ว save เป็น file ต่าง ๆ ได้ เช่น powerpoint, Excel, word, เป็นต้น
ประโยชน์ สามารถไปดึงสื่อการสอนจะเป็น powerpoint, Excel, word เอามาแนบไฟล์
b. You Tube คือ การค้นหา web ภาพ vdo มิวสิควีดีโอ หรือโฆษณา ภาพเคลื่อนไหวต่างๆได้ทั่วโลก
c. iGoogle อีกโฉมหน้าใหม่ของ google คือการ search engin มีการเพิ่มลูกเล่นต่างๆให้คนเข้ามาใช้ปรับแต่งได้ตามความพอใจะ มีรายงานข่าวเด่นข่าวด่วน สภาพอากาศทุกประเทศทั่วโลก รับข้อมูลพยากรณ์อากาศสำหรับบ้านเราและสถานที่ทั่วโลก มีข่าวบันเทิง ข่าวธุรกิจ เป็นต้น
d. Skype คือ การใช้โทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ตทั่วโลก โดยไม่ต้องเสียสตางค์ สามารถเห็นคูู่สนทนาและได้ยินเสียงด้วย โดยผ่านอินเตอร์เน็ต มี กล้อง ไมโครโฟน หูฟัง ก็สามารถพูดคุยกันได้ ประชุม รายงาน ได้ 15 คน 20 คนก็คุยได้
e. Skechtup คือ เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบ Model 3 มิติ สามารถใช้ในการออกแบบงานได้ สร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้ อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทำให้การดูภาพเสมือนจริง
นางสาวชมจันทร์ อุ่นน้ำใจ รหัส 50210179 เลขที่ 18 ศูนย์สระบุรี ห้อง 1
ข้อ 1
File Type = การค้นหาข้อมูลโดยระบุชนิดของ file ที่จะค้นหา เช่น .pdf , .doc
Currency conversion = อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ณ ปัจจุบัน
Definition = การค้นหาโดยกำหนดความหมายหรือคำอธิบายของคำนั้นๆให้แน่นอน เช่น
define World Wide Web
Calculator = เครื่องคำนวณ หรือ เครื่องคิดเลข
Book search = การค้นหาหนังสือ โดยสามารถระบุประเภทของหนังสือในการค้นหา เช่น book
search education
ข้อ 2
Citations (การอ้างถึง การอ้างอิง) ต้องการอ้างถึงแหล่งอื่น ๆ ด้วย เป็นการให้ความน่าเชื่อถือ-ชื่อเสียงกับผู้เขียนท่านอื่น ๆ อีก และสามารถแนะนำหรือบอกช่องทางให้ผู้อ่านสามารถติดตามเรื่องราวได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
Critical Thinking (การคิดเชิงวิกฤติ หรือคิดลึก ๆ) คิดโดยประสบการณ์และความรู้เดิม เพื่อมาประเมินค่าและผลที่ตามมาว่าเป็นอย่างไร บอกผู้แต่งและสำนักพิมพ์ได้
Credibility (ความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระ) ดูว่าผู้แต่งมีชื่อระบุชัดเจนหรือไม่ เป็นคนที่น่านับถือหรือเป็นผู้รู้ผู้เล่นในสาขานั้นหรือไม่ วัตถุประสงค์คืออะไร นามสกุลลงท้ายด้วยอะไร เช่น .edu (education) .com (commercial) .gov (government) หรือ .org (organization) ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงผู้พิมพ์หรือสำนักพิมพ์
Content (เนื้อหาสาระ) มีความตั้งใจอะไร วัตถุประสงค์อะไร มีชื่อผู้แต่ง หัวข้อหรือไม่ ได้รับการพิจารณาโดยคณะบุคคลหรือไม่ เนื้อหาตามกระแสหรือตามภาวะการณ์หรือไม่ มีการเสียดสี เอาจริงเอาจัง ทันสมัย เป็นปัจจุบัน มี version ทันสมัย หา version ล่าสุดได้ สำคัญอย่างไร และรู้ได้อย่างไร
Copy right (ลิขสิทธิ์) ใน web site ส่วนใหญ่จะมีเจ้าของทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ เพลงหรือข้อความต่าง ๆ ถ้าจะทำการคัดลอกลงในงานของเราเอง ต้องเลือกเอาเพียงประโยคสั้น ๆ แล้วใส่เครื่องหมาย "...." ในประโยคที่เราคัดมา แล้วต้องมีการอ้างอิงถึงข้อความหรือประโยคนั้น ๆ ด้วย
ข้อ 3
ความน่าเชื่อถือ = ความไว้วางใจ + ประการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ
ภาวะผู้นำ
การที่จะเป็นผู้นำนั้นก็ต้องทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีความศรัทธาในตัวเรา การที่ผู้ใต้บังคับบัญชาจะศรัทธาในตัวเรานั้นก็ต้องทำให้เขาไว้วางใจว้เราจะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ การที่ผู้ใต้บังคับบัญชาจะไว้วางใจเรานั้น เราก็ต้องแสดงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นว่าเรามีความสามารถนั่นก็คือการที่เรามีประสบการณ์ในการทำงาน เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆซึ่งทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเชื่อถือได้ว่า ผู้บังคับบัญชาของเรามีความรู้ความสามารถจริง
ข้อ 4
- การรวบรวมข้อมูล
- การจัดเก็บข้อมูลเป็นหมวดหมู่
- การทำงานร่วมกันของคนในองค์กร
- การวัดและประเมินผล
- การนำความรู้องค์รวมไปใช้งาน
ข้อ 5
Snag it = โปรแกรมที่ใช้จับภาพหน้าจอปัจจุบันเพื่อนำไปใช้ในงานต่างๆ โดยสามารถ
บันทึกเป็น file ชนิดต่างๆ เช่น .doc , .ppt
You tube = เว็บไซด์ที่แชร์ไฟล์ video เอาไว้ให้เลือกดู
Skype = โปรแกรมที่ใช้ในการโทรศัพท์ติดต่อกันโดยผ่านอินเตอร์เน็ท
Sketch up = โปรแกรมที่ใช้สร้างภาพ 3 มิติ อย่างง่ายและรวดเร็ว
I google = Directory search tool เช่น หมวดข่าว หมวดเกม หมวดกีฬา
นางนวพร หลายพัฒน์
น.ส.ธันย์ชนก ราษฎร์ประชุม เลขที่ 17 ห้อง 1
ขอล้างมนทินข้อสอบข้อที่ตอบยังไม่สมบูรณ์
ข้อ 3. ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership ) ตาม
องค์ประกอบของ Credibility = Trustworthiness + Expertise อย่างละเอียด
ตอบ องค์ประกอบของ Credibility = Trustworthiness + Expertise หรือความน่าเชื่อถือ ของเว็บไซด์ 2 ประการ ประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำได้ ดังนี้
1) Trustworthiness หลักความไว้เนื้อเชื่อในได้ ประกอบด้วย ความตั้งใจจริง
ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจย่อมบ่งยอกถึงความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
หลักการของภาวะผู้นำ ตามหลักการความไว้เนื้อเชื่อใจ ได้แก่
- ผู้นำต้องเป็นผู้ที่สร้างภาวะจูงใจ หรือสร้างวิสัยทัศน์ในองค์กรให้มีการนำเทคโนโลยีมาบรูณาการในการปฎิบัติงาน
- มีความตั้งใจในการอำนวยควมสะดวกในการนำแนวคิดของผู้ร่วมงานแต่ละฝ่ายมาสื่อสารระหว่างกัน เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่ดี เป็นแนวปฎิบัติร่วมกัน
- สนับสนุน ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการ การปฏิบัติงาน และการเรียนรู้
- ทำตนเป็นต้นแบบทั้งในการปฏิบัติงาน ความตั้งใจในการทำงานตามวิสัยทัศน์ขององค์กร
2) Expertise หลักความชำนาญการ ประกอบด้วยความรอบรู้ มีประสบการ มีสมรรถนะ
บ่งบอกถึงความรู้ หรือทักษะที่แสดงออกมา หลักการของภาวะผู้นำ ตามหลักการความชำนาญการ ได้แก่
- ผู้นำต้องเป็นผู้พัฒนาการบูรณาการ นำเทคโนโลยี มาประยุกต์ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- เป็นผู้เสาะหาวิธีการส่งเสริมการเรียนรู้ในวิชาชีพ โดยการใช้เทคโนโลยี
- เป็นผู้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพื่อสร้างความก้าวหน้าให้แก่องค์กรเสมอ
- ใช้เทคโนโลยีเพื่อรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล แปลผล เพื่อนำมาใช้ในการประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการปฎิบัติงานของหน่วยงาน
สิ่งเหล่านี้เป็นการแสดงถึง ความชำนาญการด้านความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์
ของผู้นำ
ข้อ 5. อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
e. Skechtup
ตอบ เป็นโปรแกรม สามมิติ สามารถสร้างงานเขียนแบบ สร้างโมเดล แบบจำลองได้
a. Snagit คือ โปรแกรมตัดต่อตกแต่งเพิ่มเติมรูปภาพ ใส่ข้อความ คำพูด ได้ แล้ว save เป็น file ต่าง ๆ ได้ เช่น powerpoint, Excel, word, เป็นต้น
ประโยชน์ สามารถไปดึงสื่อการสอนจะเป็น powerpoint, Excel, word เอามาแนบไฟล์
e. Skechtup คือ เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบ Model 3 มิติ สามารถใช้ในการออกแบบงานได้ สร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้ อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทำให้ภาพนั้นดูสมจริงสมจัง
นายวรุตม์ ไชยสุข รหัส 50210202
ข้อ 1. a. File type คือ การค้นหา File ฝ่ายไหนจะต้องทำงานอย่างไร เช่น ppt.
b. Definitions คือ นิยามคำศัพท์แนะนำฮิต
c. Currency Conversions คือ เป็นไปตามกระแสการ
ปรับเปลี่ยนเงินสกุล เช่น 3.5 USA in GBP
d. Book Search คือ การค้นหาหนังสือ การเขียนโฆษณา
ของหนังสือ เช่น หนังสือเรื่อง Internet
หนังสือเกี่ยวกับ Dog
e. Calculators คือ เครื่องคำนวณ เช่น 20% Fo 150 หรือ 3*5
ข้อ 2. a. Citations คือการกล่าวอ้างอิง เช่นการกล่าวถึงแหล่งทรัพยากรหรือ
ข้อความใน internet เพื่อการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปอีกหรือเรียกว่า
รากเหง้าซึ่งเขียนอ้างอิง การเขียนบรรณานุกรม 2 แบบ ไทยมี 70 แบบ
เช่น noting hell uidei the sky ไม่มีอะไรภายใต้ท้องฟ้า
b. Critical Thinking คือ การคิดเชิงวิกฤติ เช่นใช้ประสบการณ์
ความรู้ไปวัด แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือ ความน่าเชื่อถือความสามารถ เช่น ดูที่ผู้แต่งเป็นที่
น่าเชื่อถือหรือไม่ ผู้แต่งเป็นผู้รู้ในศาสตร์นั้นๆ หรือไม่ น่าเชื่อถือ
หรือไม่ นามสกุลลงท้ายอะไร .edu การศึกา .com การค้า .org องค์กร
d. Content คือ เนื้อหาสาระ เช่นผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหา
ที่ไม่น่าเชื่อถือสามารถสืบค้นได้
e. Copyright คือ ลิขสิทธิ์ เช่น หนังสือเหนือสิ่งพิมพ์ ต่างกันกับสิทธิ์บัตร
ตรงที่เป็นเจ้าของสิ่งประดิษฐ์ ถึงแม้ว่าลิขสิทธิ์ใน Internet จะไม่ได้
กำหนดไว้อย่างชัดเจน ขอให้อย่านำภาพ ข้อความมาเพื่อพิมพ์จำหน่าย
เป็นการค้า เราสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ กล่าวอ้างอิงได้
ข้อ 3. Credibility คือความน่าเชื่อถือคนที่น่าเชื่อถือได้สารเทศที่น่าเชื่อถือ
เชื่อถือความความไว้เนื้อเชื่อใจได้(Trusteorthiness)รู้สึกว่ามี
คุณภาพคุณภาพที่คนรับรู้เสมอโดยประเมินสารสนเทศ
ต่าง ๆ ผ่านเว็บเพจส์ประกอบด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ
ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ส่วน Experdtise ความเป็นผู้ชำนาญ
การจะต้องมีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะสิ่งเหล่านี้
จะบ่งบอกถึงความรู้
ถ้าเรามาร่วมความหมายที่ได้กล่าวมาแล้วโดยมาประยุกต์ใช้กับผู้บริหาร
ก็จะมีความน่าเชื่อถือโดยมีหลักการโดยจะเป็นผู้ชำนาญการระดับที่สูง
ทีเดียวองค์การหรือสถานศึกษาก็จะมีคุณภาพมีมาตรฐานคือคนที่เป็น
ผู้บริหารหรือภาวะผู้นำจะต้องมองการณไกลเรียนรู้อยู่เสมอ พัฒนา
ทักษะใหม่ ๆ ขยายงานให้กว้างขวางมีความคิดเชิงสร้างสรรค์
กำหนดเป้าหมาย โดยพยายามคิดหาวิธีการทำงานมุ่งมั่นเพื่อให้ไป
สู่จุดมุ่งหมายนั้น เช่น ด้านการศึกษาการปฏิรูปการเรียนรู้เป็นหัวใจ
สำคัญของการปฏิรูปการศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้ การสอนที่
ให้เด็กได้รู้วิธีการเรียนรู้เป็นหัวใจสำคัญได้มีความรู้ใหม่
ผู้นำก็จะเกิดจากคนที่มองเห็นผลงานที่ทำที่ดีมีคุณภาพ
ข้อ 4. ICT คือ 1. เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร 2. เทคโนโลยีสนับสนุน
การทำงานร่วมกัน 3. เทคโนโลยีการจัดเก็บ
จะมีบทบาทกับ KM เป็นความรู้ที่นำมาพัฒนากลไกที่ทำให้ฝัน
เป็นจริง การนำ KM มาใช้เพื่อประโยชน์ 1. ใช้แก้ปัญหา
2. นำมาปรับปรุง 3. มุ่งสร้างนวัตกรรม โดยนำมาใช้และมีขั้น
ตอนดังนี้ สร้าง จัดเก็บ เลือกกรอง กระจาย
ใช้ประโยชน์ ติดตามผลตรวจสอบ
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากนำข้อมูลและประสบการณ์มาประยุกต์ใช้
ปัจจัยที่จะนำ KM มาใช้ให้สำเร็จนั้น 1. การมอง KM แบบ
มองจากระดับปฏิบัติขึ้นมา 2. ความรู้แบ่งเป็นกลุ่ม Explicit
และ Tacit ต้องฝึก Tacit มาใช้มาก ๆ 3. ต้องให้ความสำคัญ
กับปัจจัยอื่นด้วย
ข้อ 5. a. Snagit เป็นโปรแกรมจับภาพ 3 มิติ มีประโยชน์
b. You Tube เป็นโปรแกรมการสนทนา การโทรศัพท์ถึงกันมีประโยชน์
คุยโทรศัพท์ทางไกลได้และสามารถคุยกันได้หลายคน
มองเห็นภาพคนพูดคุยได้
c. iGoogle เป็นโปรแกรมที่เข้าไปดูโครงสร้าง เกี่ยวกับ Google ทั้งหมด
มีประโยชน์ในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
d. SKype เป็นโปรแกรมการมองพื้นที่โลกที่ใช้ดาวเทียมเชื่อมโยงมี
ประโยชน์ ในการค้นหาพื้นที่ที่เราอยู่ ณ ตำแหน่งไหน ที่ไหน
e. Skechtup เป็นโปรแกรมภาพ ประโยชน์การดูภาพ VDO ใน
Internet ขอบคุณคะอาจารย์ที่ให้หนูล้างบาป
ขอล้างบาป
สุภาวรรณ บุญอ้วน 50210209
ข้อ1.อธิบายหน้าที่ของGoogle Search Featuresเหล่านิ้ พร้อมยกตัวอย่าง
a.File type เป็นประเภทของไฟล์หรือนามสกุลของไฟล์ จะเป็นตัวบ่งบอกว่าไฟล์อะไรใช้โปรแกรมอะไรบ้างการค้นหาข้อมูลตามที่เราต้องการจะค้นเป็นไฟล์แบบไหนนามสกุลของไฟล์จะเป็นตัวบ่งบอกว่าเป็นไฟล์อะไรเช่นถ้าเราจะค้นเรื่องPsychologyเป็นงานนำเสนอpower pointจะพิมพ์Psychology.ppt
เป็นต้น
b.Definitionsไฟล์ที่ทำหน้าที่เสมือนสารานุกรมซึ่งรวบรวมข้อมูลทางสปายแวร์และซอฟแวร์เป็นการแนะนำเว็ปไซต์ที่พึ่งพาอาศัยกัน
c.Currency Conversionsหมายถึงการปรับเปลี่ยนเงินตราหรือการปริวัติเงินตราเป็นการใช้เพื่อการค้นคว้าเปรียบเทียบค่าของเงินสกุลต่างๆในการแลกเปลี่ยนค่าของเงินโดยใช้คำเชื่อมinเช่นThai bath in U.Sเป็นต้น
d.Book Searchใช้ในการค้นหาหนังสือทางwebการใช้งานInternetสืบค้นฐานข้อมูลในห้องสมุดใช้ในการค้นหาหนังสือที่เราต้องการบางเล่มจะสามารถดูได้ทุกหน้าบางเล่มจะดูได้เพียงหน้าปกใครเป็นผู้แต่งมีกี่หน้าราคาเท่าไหร่
e.Calculationsเครื่องมือคำนวณใช้ในการสั่งคำนวณโดยการใช้สัญลักษณ์ต่างๆแทนเครื่องหมายคำนวณเช่น
สัญลักษณ์ * หมายถึงเครื่องหมายคูณเช่น 7*8 หมายถึง7X8
2.ท่านจะนำหลักการแต่ละข้อของ10cแต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศในInternetอย่างไรอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a.Citationsเป็นการกล่าวถึง การอ้างถึงเอกสารใดในทางinternetต้องมีการอ้างอิงถึงด้วยเพื่อเป็นการให้เกียรติเจ้าของบทความเป็นการแนะนำหรือเป็นบอกช่องทางให้คนอื่นติดตามเรื่องนั้นๆได้มากยิ่งขึ้น
b.Critical Thinkingเป็นการคิดเชิงวิกฤติคิดเชิงลึกคิดอย่างใช้เหตุผลคิดอย่างใช้ประสบการณ์ความรู้ความสามารถเดิมในการประเมินข้อมูลสารสนเทศว่าผู้แต่งมีชื่อเสียงด้านนั้นหรือไม่
c.Credibilityความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระที่ค้นว่าผู้แต่งมีชื่อระบุชัดเจนหรือไม่เชื่อถือได้หรือไม่ผู้แต่งมีชื่อเสียงด้านนั้นหรือไม่วัตถุประสงค์นั้นสำคัญหรือไม่urlลงท้ายด้วยอะไร.edu .com .gov or.org
d.Contentเนื้อหาสาระมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไรมีหัวข้อหรือไม่มีผู้แต่งหรือไม่เนื้อหาได้รับอนุมัติโดยบุคคลหรือไม่ทันสมัยทันเหตุการณ์หรือไม่เป็นสาระตามกระแสหรือเชิงวิชาการ
e.Copyrightลิขสิทธิ์สิทธิเหนือสิ่งตีพิมพ์ถึงแม้ว่าลิขสิทธิ์สิ่งต่พิมพ์ในอินเตอร์เน็ต พิมพ์ไว้ไม่ชัดเจนสำนึกเสมอว่าสิ่งที่พิมพ์มีเจ้าของสามารถนำมาใช้ในการวิพากษ์ในการทำวิจัยได้ โดยการเขียนสั้นๆแต่อย่าลืมอ้างอิงถึง พึงนึกเสมอว่าท่านสามารถใช้เอกสารทางลิขสิทธิ์อย่างยุติธรรม
ข้อ 3ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผ้นำ(Leadershipxตามองค์ประกอบของ
Credibility=Trustworthiness+Expertise อย่างละเอียด
Credibility คือความน่าเชื่อถือความเชื่อได้เช่นคนน่าเชื่อถือได้ สารสนเทศน่าเชื่อถือ รู้สึกว่ามีคุณภาพที่ผู้คนรับรู้ที่มีผลจากสมองได้ประเมินปัจจัยหลากหลายไปพร้อมๆกัน ได้แก่
Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจประกอบด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและความมีจรรยาบรรณ
Expertise ความเป็นผู้ชำนาญการความเป็นมืออาชีพ มีความรอบรู้มีประสบการณ์ มีสมรรถนะสิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีการแสดงออกมา
ภาวะผู้นำคือศิลปในการชี้แนะลูกน้องหรือผู้ร่วมงานให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกระตือรือร้นและเต็มใจ
ผู้บริหารที่มีความสามารถบริหารจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้นจะต้องมีภาวะผู้นำคือมีศิลปในการชี้แนะลูกน้องหรือผู้ร่วมงานโดยใช้หลักการบริหารคือผู้บริหารต้องเป็นคนที่น่าเชื่อถือลูกน้องให้ความไว้วางใจหรือไว้เนื้อเชื่อใจ มีความตั้งใจจริงในการทำงานมีสัจจะมีเหตุผลไม่ลำเอียง มีความรอบรู้ในการทำงาน ชำนาญการมีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นกระบวนการทำงานของผู้บริหารที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย
ข้อ 4 ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของKMอธิบายอย่างละเอียด
KM (การจัดการความรู้)หมายถึงการรวบรวมการจัดระบบ การจัดเก็บและการเข้าถึงเพื่อสร้างความรู้มีการแบ่งปันและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้แก่องค์กรต้องดำเนินการในลักษณะที่บูรณาการอยู่ในกิจกรรมหรืองานประจำต้องไม่ทำให้สมาชิกในองค์กรรู้สึกว่ามีภาระเพิ่มขึ้น
ICT จึงมีบทบาทสำคัญในกระบวนการบริหารองค์การอย่างมากเพราะเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการที่สำคัญที่จะนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิผลตั้งแต่การสร้างข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การเลือกกรอง การกระจายเผยแพร่ การใช้ประโยชน์และการติดตามตรวจสอบซึ่งอาจเป็นในรูปของกระบวนการดังนี้คือ
1การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการสื่อสารเพื่อให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีการติดต่อสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร เชื่อมโยงข้อมูลทำให้การประสานงานติดต่อเป็นไปด้วยความฉับไว
2เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกันเช่นการสร้างสื่อนวัตกรรมในการเรียนการสอน ในยุคโลกไร้พรมแดนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ครูผู้สอนสามารถสร้างสื่อเพื่อการสืบค้นให้แก่ผู้เรียนเช่นการเรียนการสอน e-learningและe-book ทำให้ผู้เรียนมีความสนใจใฝ่เรียนใฝ่รู้ในการเรียนการสอนทำให้ครูและผู้เรียนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลา
3เทคโนโลยีเพื่อการจัดเก็บและการสืบค้น การบริหารงานภายในองค์กรถ้ามีระบบการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบโดยการนำเทคโนโลยีมาช่วยจะทำให้สะดวกในการสืบค้น
ข้อ 5 อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a.Snagit เป็นการสืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตสามารถจับภาพหน้าจอทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวสามารถใช้โปรแกรมนี้ตัดต่อ ตกแต่งปรับปรุงลงไปในโปรแกรมต่างๆได้
b.You Tube เป็นwebที่ต้องการค้นหาภาพ
VDO ภาพเคลื่อนไหวได้ทั่วโลก เป็นศูนย์รวมVDOทั่วโลก
c.iGoogleคือSearch engin มีการเพิ่มลูกเล่นต่างๆให้คนเข้ามาใช้ปรับแต่งได้ตามความพอใจ เริ่มด้วยการเลือกเนื้อหายอดนิยม เช่นข่าวเด่น ข่าวด่วน สภาพอากาศ ข่าวธุรกิจข่าวบันเทิงเป็นต้น
d.Skypeเป็นโปรแกรมเทคโนโลยี่แห่งโลกอินเตอร์เน็ต ถ้ามีไมโครโฟนที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพืวเตอร์หรือHeadset(หูฟังพร้อมไมโครโฟน)ก็สามารถเข้าไปสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆได้ทั่วทุกมุมโลกและสามารถเห็นคู่สนทนาได้ด้ายถ้าใช้โปรแกรมเสมือนกัน
e.Skechtup เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบสร้างสรรค์แบบจำลองภาพ 3 มิติในคอมพิวเตอร์สามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
ประภาพรรณ์ รัตนจิตร์ รหัส 50210167 เลขที่ 9 ห้อง 1
สุชาติ งามมานะ รหัส 50210189 เลขที่ 23
ข้อ 1.อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a.File type
การค้นหาไฟล์ ประเภทของไฟล์ หรือ นามสกุลของไฟล์ ค้นข้อมูลตามที่เราต้องการสั่งว่าจะค้นเป็นไฟล์แบบไหน นามสกุลของไฟล์จะเป็นตัวบ่งบอกว่าเป็นไฟล์อะไร ลักษณะของนามสกุลของไฟล์จะอยู่หลังชื่อ เช่น music:ppt
b.Definitions
การให้คำนิยามของศัพท์ ถ้าเราสงสัยคำ คำหนึ่งว่าหมายความว่าอย่างไร Definitions
จะแนะนำ hits , website ให้ แต่ไม่ใช่ Dictionary แต่จะบอกแหล่งข้อมูลของคำนั้น เช่นสนใจคำว่า music ก็พิมพ์ Define Baby แล้วจะพบ hits และ website ที่แนะนำคำว่า music ปรากฏขึ้นให้เราได้เลือกมากมาย
c.Currency Conversion
หมายถึง กระแสการปรับเปลี่ยน สิ่งที่ไหลเวียนขึ้น ๆ ลง ๆ เช่น กระแสเงิน การเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน เช่น เราอยากทราบว่าเงินดอลล่าร์เทียบกับเงินไทย แล้วจะเป็นเท่าใด พิมพ์ 1 USD in Thai หรือ currency of Brazil in Malaysian money
d.Book Search
ค้นหาหนังสือที่ตรงกับเป้าหมายและค้นหาหนังสือใหม่ที่น่าสนใจ Book Search ทำงานเหมือนกับส่วนค้นหาทางเว็บ หลังจากพบหนังสือที่มีเนื้อหาตรงกับคำที่ใช้ค้นหา เราจะเชื่อมโยงไปที่หนังสือในผลการค้นหา เรียกดูหนังสือออนไลน์ หากหนังสือไม่มีลิขสิทธิ์หรือผู้จัดพิมพ์อนุญาตแล้ว จะสามารถดูตัวอย่างหนังสือ หรือในบางกรณีอาจอ่านเนื้อหาทั้งหมดได้ หากหนังสือนั้นเป็นสาธารณสมบัติ สามารถดาวน์โหลด PDF ได้ฟรี
e.Calculators
คือ เครื่องมือคำนวณมีความสามารถในการคำนวณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคิดเลขก็ได้
เช่น 7*8+5 เครื่องหมาย * คือ เครื่องหมาย คูณ , + addition ( บวก )
หรือ 3^6เครื่องหมาย ^ คือ เครื่องหมาย ยกกำลัง
2. ท่านจะนำหลักการแต่ละข้อของ 10 C แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน Internet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a. Citations
คือการกล่าวถึง อ้างถึงเอกสารใน internet เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อค้นคว้าวิจัยให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ารากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการระบุที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิชาเขียนอ้างอิง บรรณานุกรม มีอยู่หลายแบบหลายลักษณะ แล้วแต่ประเทศหรือมหาวิทยาลัย เช่น
ชื่อผู้แต่ง. ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์. สถานที่พิมพ์ : ผู้จัดพิมพ์, ปีที่พิมพ์.
b. Critical Thinking
คือการคิดเชิงวิกฤติ คิดเชื่อมโยง วิเคราะห์ สังเคราะห์ ใช้ประสบการณ์ความรู้ ไปวัด ไปประเมินว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปเชื่อได้หรือไม่ เช่นการทำงานเมื่อไปเจอสิ่งตีพิมพ์ ให้ดูชื่อผู้แต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์
c. Credibility
คือความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระที่เราไปเจอใน Internet เป็นที่น่าเชื่อถือหรือไม่ ดูที่ผู้แต่ง รู้จักผู้แต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ ผู้เล่น ผู้ชำนาญในสาขานั้นหรือไม่ วัตถุประสงค์ของเนื้อหานั้นๆ URL เป็นที่น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด เช่น .Edu .ac ก็จะเป็นทางด้านการศึกษามีความเป็นวิชาการสูง .com ก็จะเกี่ยวกับธุรกิจการค้าขาย เป็นต้น
d. Content
คือเนื้อหาสาระ มีความตั้งใจ มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร มีชื่อ มีผู้แต่ง มีหัวข้อหรือไม่ เป็นไปตามกระแสหรือเชิงวิชาการ ดูด้วยว่าเขียนด้วยความจริงจังเชิงวิชาการหรือเขียนเสียดสี กันเล่นๆ วันที่เขียนบทความนั้นมีความใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้หรือไม่
e. Copyright
คือลิขสิทธิ์ แม้ว่าบทความใน Internet จะไม่มี ผู้เขียนชัดเจน แต่มีที่อยู่ปรากฏ อยู่สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญา ทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์เสมอ แต่มีวิธีการนำมาใช้ คือใช้ข้อความสั้นๆ กล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เราสามารถนำบทความนั้นมาอ้างอิงได้โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิมเด็ดขาด
ข้อ3.ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership) ตามองค์ประกอบของ Credibility=Trustworthiness+Expertise อย่างละเอียด
Credibility คือ ความน่าเชื่อถือ ความเชื่อได้
Trustworthiness คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงามและมีจรรยาบรรณ
Expertise คือ ความเป็นผู้ชำนาญการ คือเป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้ และทักษะที่มี และแสดงออกมา
ผู้บริหารที่ดีบริหารจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นต้องประกอบไปด้วย คุณลักษณะต่าง ๆ ต่อไปนี้ คือ เป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจได้ (Trustworthiness) มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียง มีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญ หรือชำนาญการ (Expertise) มีความรอบรู้ในงานนั้นๆ อย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ(Credibility) ในตัวของผู้บริหาร และนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้
ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM อธิบายอย่างละเอียด
Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ
1. การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสารต่างๆ มาปรับใช้ในการบริหารงานภายในองค์กร เพื่อให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เช่น การติดต่อสื่อสารผ่าน Internet ทำให้เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร มีการเชื่อมโยงข้อมูลภายในองค์กรทำให้การประสานงานติดต่อเป็นไปด้วยความฉับไว
2. การสร้างสื่อนวัตกรรมในการเรียนการสอน ในยุคของ Computer Age หรือโลกไร้พรมแดน เป็นยุคที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต การพัฒนาการศึกษามีบทบาทสำคัญในการสร้างเยาวชนให้เป็นคนดี มีความสามารถ อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ประเทศเราจะพัฒนาได้เท่าเทียมทันกับประเทศที่พัฒนาแล้วหรือไม่ เราต้องหันมาให้ความสำคัญกับเยาวชน ซึ่งจะเป็นผู้สร้างชาติต่อไปในอนาคต สรุปคือเราสามารถนำสือ ICT มาพัฒนาด้านการเรียนการสอนนั่นเอง
3. เทคโนโลยีเพื่อการจัดเก็บและการสืบค้น การบริหารงานด้านต่างๆ ภายในองค์กรถ้ามีการจัดเก็บและสืบค้นอย่างเป็นระบบโดยนำเทคโนโลยีมาช่วยจะทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการจัดเก็บและการสืบค้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สรุปคือการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาและปรับปรุงระบบการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพนั่นเอง
5.อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a.snagit คือโปรแกรมที่ใช้ในการตัดต่อรูปภาพ ภาพถ่ายต่างๆเราสามารถใช้โปรแกรมนี้ตัดต่อ ตกแต่งปรับปรุง สามารถบันทึกลงในโปรแกรมต่างๆได้
b.you tube เป็นwebที่ต้องการค้นหาภาพ vdo ภาพเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นมิวสิควีดีโอ หรือโฆษณาภาพเคลื่อนไหวต่างๆได้ทั่วโลก
c.igoogle คือ search engin มีการเพิ่มลูกเล่นต่างๆให้คนเข้ามาใช้ปรับแต่งได้ตามความพอใจ สามารถเลือกข่าวพยากรณ์อากาศ ข่าวธุรกิจ ข่าวการเมือง ข่าวบันเทิง เป็นต้น
d.skype เป็นโปรแกรมเทคโนโลยีแห่งโลก internet ถ้ามีไมโครโฟนที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ headest(หูฟังพร้อมไมโครโฟน) ก็สามารถเข้าไปสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆได้ทั่วทุกมุมโลก เหมือนกับคุยโทรศัพท์อยู่ที่บ้าน
e.skechtup เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบ สร้างสรรค์แบบจำลองภาพ 3 มิติในคอมพิวเตอร์ สามารถสร้างงานเขียนแบบ หรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
สุชาติ งามมานะ รหัส 50210189 เลขที่ 23
แก้ไขข้อบกพร่องในการทำข้อสอบปลายภาค
1. อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type
เป็นการค้นหา File ค้นข้อมูลตามใจสั่งว่าต้องการค้นหา File แบบไหน เช่น ต้องการสอนเรื่องดอกไม้ ต้องการใช้ Power point เราสามารถค้นหาแบบเป็น file ที่เขาทำไว้เสร็จแล้ว โดยใส่ชื่อ file ที่เราต้องการค้นหา ตามด้วยนามสกุล PPT ก็จะได้ file power point ที่เราต้องการ
b. Definitions
แนะนำ Web ที่พึ่งพาอาศัยได้เปรียบเหมือนสารานุกรมเป็น web เป็นการค้นหาคำ คำหนึ่งว่าหมายถึงอะไร เราพิมพ์คำที่เราต้องการทราบ สั่งหานิยาม google จะแนะนำว่าเราควรจะไปดูได้จากไหน แนะนำ web ที่เราจะหาได้ google ไม่ใช่ Dictionary แต่เป็นการบอกความหมาย บอกแหล่งข้อมูล แนะนำ web ให้ เราต้องไปหาเอง เช่น เราถามคำว่า smart แปลว่าอะไร
c. Currency Conversions
แปลว่าการปริวัตเงินตรา ถ้าอยากรู้กระแสเงินตราในโลก แปลเปลี่ยนไปเท่าไร เป็นการเปรียบเทียบอัตราเงินระหว่างประเทศ เช่น อเมริกากับไทย คลิก Currency Conversions เข้าไปก็จะมาหน้าตัวอย่าง
Thai money in us money
ให้รู้ชื่อประเทศแล้วต่อด้วย money จะหาสกุลเงินให้เราเช่น
3.5 USB in great Briten pound = 1.447
2. ท่านจะนำหลักการแต่ละข้อของ 10 C แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน Internet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a. Citations
คือการกล่าวถึง อ้างถึงเอกสารใน internet เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อค้นคว้าวิจัยให้ลึกลงไปได้อีก ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิชาเขียนอ้างอิง บรรณานุกรม มีอยู่หลายแบบหลายลักษณะ แล้วแต่ประเทศหรือมหาวิทยาลัย เช่น จุฬาฯ จะพิมพ์ ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วยวงเล็บเมืองที่พิมพ์
b. Critical Thinking
คือการคิดเชิงวิกฤติ คิดเชื่อมโยง วิเคราะห์ สังเคราะห์ ใช้ประสบการณ์ความรู้ ไปวัด ไปประเมินว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าเชื่อได้หรือไม่ เช่นการรายงานเมื่อไปเจอสิ่งตีพิมพ์ ให้ดูว่าใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดูแล้วจึงนำไปใช้
3. ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership) ตามหลักองค์ประกอบของ Credibility = Trustworthiness+Expertise อย่างละเอียด
Trustworthiness ความไว้วางใจ + Expertise ความเป็นมืออาชีพ
Good ดี Experienced ผู้มีประสบการณ์
Honest ความซื่อสัตย์ Intelligent มีความฉลาด
Unbiased ไม่ลำเอียง Powerful มีอำนาจมีความเก่งกาจในศาสตร์นั้น
Truthful ยึดถือความจริง ยึดหลักความจริง Knowledgeable มีความรู้ในสาขานั้นจริง ๆ
ทั้งความไว้วางใจ กับ ความเป็นมืออาชีพ รวมกันเป็น Credibility คือ ความน่าเชื่อถือ ความเชื่อได้
Trustworthiness คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
Expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ คือเป็นผู้มีความรอบรู้มีประสบการณ์สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้ และทักษะที่มีและแสดงออกมา ผู้บริหารที่ดี บริหารจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นต้องประกอบไปด้วย คุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้ คือ คนที่เชื่อถือได้ เป็นที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจหรือไว้เนื้อเชื่อใจ (Trustuorthiness)มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ (Expertise) มีความรอบรู้ในงานนั้น ๆ อย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ(Credibility) ในตัวของผู้บริหารและนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จให้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้
4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM อธิบายอย่างละเอียด
การจัดการความรู้ KM คือ การรวบรวม การจัดระบบ การจัดเก็บ และการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งบัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร และ KM ยังเป็นเครื่องมือ เพื่อใช้ในการบรรลุเป้าหมาย ได้แก่ บรรลุเป้าหมายของงาน ,การพัฒนาคน และการพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ซึ่งความรู้แบ่งออกเป็น ความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) และความรู้แฝงฝัง(Tacit Knowledge)
บทบาทของ ICT ในการจัดการความรู้ (KM) คือ
1.เทคโนโลยีการสื่อสาร ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาองค์กร โดยสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร
2. เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต
5. อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
c. iGoogle
ก็คือ Search engin แต่มีการเพิ่มลูกเล่นต่าง ๆ ให้ผู้ใช้ได้ปรับแต่งได้ ตามความพอใจของตัวเอง Gadget ต่าง ๆ มีให้เลือกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร
e. Skechtup
เป็นโปรแกรม 3 มิติ ซึ่งสามารถสร้างงาน สื่อการเรียนการสอน ในด้านการเขียนแบบ สร้าง Model และแบบจำลองได้
ขอล้างบาปครับ
ข้อ 1.อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a.File type
การค้นหาไฟล์ประเภทของไฟล์ หรือ นามสกุลของไฟล์ ค้นข้อมูลตามที่เราต้องการสั่งว่าจะค้นเป็นไฟล์แบบไหน นามสกุลของไฟล์จะเป็นตัวบ่งบอกว่าเป็นไฟล์อะไร ลักษณะของนามสกุลของไฟล์จะอยู่หลังชื่อ เช่น power point นามสกุลของไฟล์คือ .ppt เป็นต้น
b.Definitions
การให้คำนิยามของศัพท์ ถ้าเราสงสัยคำ คำหนึ่งว่าหมายความว่าอย่างไร Definitions
จะแนะนำ hit website ให้ แต่ไม่ใช่ Dictionary แต่จะบอกแหล่งข้อมูลของคำนั้น เช่นสนใจคำว่า rose ก็พิมพ์ Define rose แล้วจะพบ hits และ website ที่แนะนำคำว่า rose ปรากฏขึ้นให้เราได้เลือกมากมาย
c.Currency Conversion
หมายถึง กระแสการปรับเปลี่ยนเงินตรา เช่น กระแสเงิน การเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน เราอยากทราบว่าเงินดอลล่าร์เทียบกับเงินไทย แล้วจะได้เท่าไร พิมพ์ 1 USD in Thai
d.Book Search
ค้นหาหนังสือที่ตรงกับเป้าหมายและค้นหาหนังสือใหม่ที่น่าสนใจ Book Search ทำงานเหมือนกับส่วนค้นหาทางเว็บ หลังจากพบหนังสือที่มีเนื้อหาตรงกับคำที่ใช้ค้นหา เราจะเชื่อมโยงไปที่หนังสือในผลการค้นหา เรียกดูหนังสือออนไลน์ หากหนังสือไม่มีลิขสิทธิ์หรือผู้จัดพิมพ์อนุญาตแล้ว จะสามารถดูตัวอย่างหนังสือ หรือในบางกรณีอาจอ่านเนื้อหาทั้งหมดได้ หากหนังสือนั้นเป็นสาธารณสมบัติ สามารถดาวน์โหลด PDF ได้ฟรี
e.Calculators
หมายถึงผู้คำนวณ เครื่องมือคำนวณมีความสามารถในการคำนวณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคิดเลขก็ได้
เช่น 7*8 เครื่องหมาย * คือ เครื่องหมาย คูณ = 56
หรือ 3^3เครื่องหมาย ^ คือ เครื่องหมาย ยกกำลัง = 27
ข้อ 2.ท่านจะนำ หลักการแต่ละข้อของ 10 c แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน Internet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a.Citations
การอ้างอิง การอ้างถึง การกล่าวถึง ไม่เขียนลอยๆ ข้อความใน Internet ควรมีการอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความ และเครดิตกับ ผู้แต่ง อื่น ๆ และสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการให้ข้อมูลกับผู้อ่านต่อไป
b.Critical thinking
คือการคิดเชิงวิกฤต คิดเชิงลึก คิดอย่างใช้เหตุผล โดยใช้ประสบการณ์ความรู้เดิม ไม่ใช่เห็นแล้วเชื่อเลย บอกผู้แต่งได้หรือไม่ บอกสำนักพิมพ์ได้หรือไม่ ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c.Credibility
คือความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระที่พบใน Internet มีระบุชื่อชัดเจนหรือไม่ น่าเชื่อถือหรือไม่ผู้แต่งเป็นผู้รู้ในสาขาหรือศาสตร์นั้นหรือไม่ วัตถุประสงค์ของสาระนั้น ๆ คืออะไร นามสกุลลงท้ายด้วยอะไร
d.Content
คือ เนื้อหาสาระ มีวัตถุประสงค์อะไร มีความตั้งใจอะไร มีเนื้อหาสาระอะไร เขียนเพื่ออะไร มีผู้แต่งหรือไม่ ทันสมัยหรือไม่ เนื้อหามีลักษณะตามกระแสเชิงวิชาการหรือไม่ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่
e.Copyright
ลิขสิทธิ์ ได้รับความคุ้มครองโดยลิขสิทธิ์ ถึงแม้ว่าลิขสิทธิ์ใน Internet จะไม่ปรากฏ ชัดเจน แต่ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์ ขออย่าให้นำภาพหรือข้อความมาเพื่อพิมพ์จำหน่าย เป็นการค้า
ข้อ 3.ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership) ตามองค์ประกอบของ Credibility=Trustworthiness+Expertise อย่างละเอียด
Trustworthiness ความไว้วางใจ + Expertise ความเป็นมืออาชีพ
Good ดี Experienced ผู้มีประสบการณ์
Honest ความซื่อสัตย์ Intelligent มีความฉลาด
Unbiased ไม่ลำเอียง Powerful มีอำนาจมีความเก่งกาจในศาสตร์นั้น
Truthful ยึดถือความจริง ยึดหลักความจริง Knowledgeable มีความรู้ในสาขานั้นจริง ๆ
ทั้งความไว้วางใจ กับ ความเป็นมืออาชีพ รวมกันเป็น Credibility คือ ความน่าเชื่อถือ ความเชื่อได้
Trustworthiness คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
Expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ คือเป็นผู้มีความรอบรู้มีประสบการณ์สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้ และทักษะที่มีและแสดงออกมา ผู้บริหารที่ดี บริหารจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นต้องประกอบไปด้วย คุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้ คือ คนที่เชื่อถือได้ เป็นที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจหรือไว้เนื้อเชื่อใจ (Trustuorthiness)มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ (Expertise) มีความรอบรู้ในงานนั้น ๆ อย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ(Credibility) ในตัวของผู้บริหารและนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จให้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้
ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM อธิบายอย่างละเอียด
การจัดการความรู้ KM คือ การรวบรวม การจัดระบบ การจัดเก็บ และการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มี การแบ่งบัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลให้กับองค์กร และ KM ยังเป็นเครื่องมือ เพื่อใช้ในการบรรลุเป้าหมาย ได้แก่ บรรลุเป้าหมายของ งาน ,การพัฒนาคน และการพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ซึ่งความรู้แบ่งออกเป็น ความรู้ชัด แจ้ง (Explicit Knowledge) และความรู้แฝงฝัง(Tacit Knowledge)
บทบาทของ ICT ในการจัดการความรู้ (KM) คือ
1. เทคโนโลยีการสื่อสาร ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่าย คอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้าน การติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาองค์กร โดยสร้าง ทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพ ในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุก คนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร
2. เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่ หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การ หาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่ เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การ ประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความ ได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต
5.อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a.Snagit
มีหน้าที่และประโยชน์ คือ สามารถจับภาพหน้าจอไว้หลายรูป ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ ไม่ได้ว่าจะกำหนดให้จับภาพแล้วจัดเก็บเลย หรือเก็บไว้ใน ClipBoard ก่อน ยังมีลูกเล่นอีกมากมายกับโปรแกรมนี้ สามารถตัดต่อรูปภาพ Photoshop ได้ แล้วบันทึกในรูปแบบต่าง ๆ ได้ เช่น Powerpoint หรือ Excel
b.You Tube
มีหน้าที่และประโยชน์ คือ เป็นโปรแกรมที่สามารถดู วีดีโอได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น มิวสิควีดีโอ หรือโฆษณา ภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ
c. iGoogle
ก็คือ Search engin แต่มีการเพิ่มลูกเล่นต่าง ๆ ให้ผู้ใช้ได้ปรับแต่งได้ ตามความพอใจของตัวเอง Gadget ต่าง ๆ มีให้เลือกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็นพยากรณ์อากาศ ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก
d. Skype
เป็นโปรแกรมที่ใช้โทรศัพท์ผ่าน Internet สุดยอดเทคโนโลยีแห่งโลกอินเทอร์เน็ต เพียงแค่มี ไมโครโฟน ที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ Headset (หูฟังพร้อมไมโครโฟน) ก็สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกมุมโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
e. Skechtup
เป็นโปรแกรม 3 มิติที่ใช้ในการออกแบบ Model 3 มิติ สามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว แม้ว่าผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานโปรแกรม 3 มิติมาก่อน ก็สามารถที่จะเรียนรู้ และลองหัดสร้าง Model 3 มิติด้วยเครื่องมือที่มีให้ในโปรแกรมได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว
ข้อ 1. a. File type คือ การค้นหา File ฝ่ายไหนจะต้องทำงานอย่างไร เช่น ppt.
b. Definitions คือ นิยามคำศัพท์แนะนำฮิต
c. Currency Conversions คือ เป็นไปตามกระแสการ
ปรับเปลี่ยนเงินสกุล เช่น 3.5 USA in GBP
d. Book Search คือ การค้นหาหนังสือ การเขียนโฆษณา
ของหนังสือ เช่น หนังสือเรื่อง Internet
หนังสือเกี่ยวกับ Dog
e. Calculators คือ เครื่องคำนวณ เช่น 20% Fo 150 หรือ 3*5
ข้อ 2. a. Citations คือการกล่าวอ้างอิง เช่นการกล่าวถึงแหล่งทรัพยากรหรือ
ข้อความใน internet เพื่อการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปอีกหรือเรียกว่า
รากเหง้าซึ่งเขียนอ้างอิง การเขียนบรรณานุกรม 2 แบบ ไทยมี 70 แบบ
เช่น noting hell uidei the sky ไม่มีอะไรภายใต้ท้องฟ้า
b. Critical Thinking คือ การคิดเชิงวิกฤติ เช่นใช้ประสบการณ์
ความรู้ไปวัด แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือ ความน่าเชื่อถือความสามารถ เช่น ดูที่ผู้แต่งเป็นที่
น่าเชื่อถือหรือไม่ ผู้แต่งเป็นผู้รู้ในศาสตร์นั้นๆ หรือไม่ น่าเชื่อถือ
หรือไม่ นามสกุลลงท้ายอะไร .edu การศึกา .com การค้า .org องค์กร
d. Content คือ เนื้อหาสาระ เช่นผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหา
ที่ไม่น่าเชื่อถือสามารถสืบค้นได้
e. Copyright คือ ลิขสิทธิ์ เช่น หนังสือเหนือสิ่งพิมพ์ ต่างกันกับสิทธิ์บัตร
ตรงที่เป็นเจ้าของสิ่งประดิษฐ์ ถึงแม้ว่าลิขสิทธิ์ใน Internet จะไม่ได้
กำหนดไว้อย่างชัดเจน ขอให้อย่านำภาพ ข้อความมาเพื่อพิมพ์จำหน่าย
เป็นการค้า เราสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ กล่าวอ้างอิงได้
ข้อ 3. Credibility คือความน่าเชื่อถือคนที่น่าเชื่อถือได้สารเทศที่น่าเชื่อถือ
เชื่อถือความความไว้เนื้อเชื่อใจได้(Trusteorthiness)รู้สึกว่ามี
คุณภาพคุณภาพที่คนรับรู้เสมอโดยประเมินสารสนเทศ
ต่าง ๆ ผ่านเว็บเพจส์ประกอบด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ
ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ส่วน Experdtise ความเป็นผู้ชำนาญ
การจะต้องมีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะสิ่งเหล่านี้
จะบ่งบอกถึงความรู้
ถ้าเรามาร่วมความหมายที่ได้กล่าวมาแล้วโดยมาประยุกต์ใช้กับผู้บริหาร
ก็จะมีความน่าเชื่อถือโดยมีหลักการโดยจะเป็นผู้ชำนาญการระดับที่สูง
ทีเดียวองค์การหรือสถานศึกษาก็จะมีคุณภาพมีมาตรฐานคือคนที่เป็น
ผู้บริหารหรือภาวะผู้นำจะต้องมองการณไกลเรียนรู้อยู่เสมอ พัฒนา
ทักษะใหม่ ๆ ขยายงานให้กว้างขวางมีความคิดเชิงสร้างสรรค์
กำหนดเป้าหมาย โดยพยายามคิดหาวิธีการทำงานมุ่งมั่นเพื่อให้ไป
สู่จุดมุ่งหมายนั้น เช่น ด้านการศึกษาการปฏิรูปการเรียนรู้เป็นหัวใจ
สำคัญของการปฏิรูปการศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้ การสอนที่
ให้เด็กได้รู้วิธีการเรียนรู้เป็นหัวใจสำคัญได้มีความรู้ใหม่
ผู้นำก็จะเกิดจากคนที่มองเห็นผลงานที่ทำที่ดีมีคุณภาพ
ข้อ 4. ICT คือ 1. เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร 2. เทคโนโลยีสนับสนุน
การทำงานร่วมกัน 3. เทคโนโลยีการจัดเก็บ
จะมีบทบาทกับ KM เป็นความรู้ที่นำมาพัฒนากลไกที่ทำให้ฝัน
เป็นจริง การนำ KM มาใช้เพื่อประโยชน์ 1. ใช้แก้ปัญหา
2. นำมาปรับปรุง 3. มุ่งสร้างนวัตกรรม โดยนำมาใช้และมีขั้น
ตอนดังนี้ สร้าง จัดเก็บ เลือกกรอง กระจาย
ใช้ประโยชน์ ติดตามผลตรวจสอบ
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากนำข้อมูลและประสบการณ์มาประยุกต์ใช้
ปัจจัยที่จะนำ KM มาใช้ให้สำเร็จนั้น 1. การมอง KM แบบ
มองจากระดับปฏิบัติขึ้นมา 2. ความรู้แบ่งเป็นกลุ่ม Explicit
และ Tacit ต้องฝึก Tacit มาใช้มาก ๆ 3. ต้องให้ความสำคัญ
กับปัจจัยอื่นด้วย
ข้อ 5. a. Snagit เป็นโปรแกรมจับภาพ 3 มิติ มีประโยชน์
b. You Tube เป็นโปรแกรมการสนทนา การโทรศัพท์ถึงกันมีประโยชน์
คุยโทรศัพท์ทางไกลได้และสามารถคุยกันได้หลายคน
มองเห็นภาพคนพูดคุยได้
c. iGoogle เป็นโปรแกรมที่เข้าไปดูโครงสร้าง เกี่ยวกับ Google ทั้งหมด
มีประโยชน์ในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
d. SKype เป็นโปรแกรมการมองพื้นที่โลกที่ใช้ดาวเทียมเชื่อมโยงมี
ประโยชน์ ในการค้นหาพื้นที่ที่เราอยู่ ณ ตำแหน่งไหน ที่ไหน
e. Skechtup เป็นโปรแกรมภาพ ประโยชน์การดูภาพ VDO ใน
Internet ขอบคุณคะอาจารย์ที่ให้หนูล้างบาป
ข้อ 1. a. File type คือ การค้นหา File ฝ่ายไหนจะต้องทำงานอย่างไร เช่น ppt.
b. Definitions คือ นิยามคำศัพท์แนะนำฮิต
c. Currency Conversions คือ เป็นไปตามกระแสการ
ปรับเปลี่ยนเงินสกุล เช่น 3.5 USA in GBP
d. Book Search คือ การค้นหาหนังสือ การเขียนโฆษณา
ของหนังสือ เช่น หนังสือเรื่อง Internet
หนังสือเกี่ยวกับ Dog
e. Calculators คือ เครื่องคำนวณ เช่น 20% Fo 150 หรือ 3*5
ข้อ 2. a. Citations คือการกล่าวอ้างอิง เช่นการกล่าวถึงแหล่งทรัพยากรหรือ
ข้อความใน internet เพื่อการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปอีกหรือเรียกว่า
รากเหง้าซึ่งเขียนอ้างอิง การเขียนบรรณานุกรม 2 แบบ ไทยมี 70 แบบ
เช่น noting hell uidei the sky ไม่มีอะไรภายใต้ท้องฟ้า
b. Critical Thinking คือ การคิดเชิงวิกฤติ เช่นใช้ประสบการณ์
ความรู้ไปวัด แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือ ความน่าเชื่อถือความสามารถ เช่น ดูที่ผู้แต่งเป็นที่
น่าเชื่อถือหรือไม่ ผู้แต่งเป็นผู้รู้ในศาสตร์นั้นๆ หรือไม่ น่าเชื่อถือ
หรือไม่ นามสกุลลงท้ายอะไร .edu การศึกา .com การค้า .org องค์กร
d. Content คือ เนื้อหาสาระ เช่นผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหา
ที่ไม่น่าเชื่อถือสามารถสืบค้นได้
e. Copyright คือ ลิขสิทธิ์ เช่น หนังสือเหนือสิ่งพิมพ์ ต่างกันกับสิทธิ์บัตร
ตรงที่เป็นเจ้าของสิ่งประดิษฐ์ ถึงแม้ว่าลิขสิทธิ์ใน Internet จะไม่ได้
กำหนดไว้อย่างชัดเจน ขอให้อย่านำภาพ ข้อความมาเพื่อพิมพ์จำหน่าย
เป็นการค้า เราสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ กล่าวอ้างอิงได้
ข้อ 3. Credibility คือความน่าเชื่อถือคนที่น่าเชื่อถือได้สารเทศที่น่าเชื่อถือ
เชื่อถือความความไว้เนื้อเชื่อใจได้(Trusteorthiness)รู้สึกว่ามี
คุณภาพคุณภาพที่คนรับรู้เสมอโดยประเมินสารสนเทศ
ต่าง ๆ ผ่านเว็บเพจส์ประกอบด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ
ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ส่วน Experdtise ความเป็นผู้ชำนาญ
การจะต้องมีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะสิ่งเหล่านี้
จะบ่งบอกถึงความรู้
ถ้าเรามาร่วมความหมายที่ได้กล่าวมาแล้วโดยมาประยุกต์ใช้กับผู้บริหาร
ก็จะมีความน่าเชื่อถือโดยมีหลักการโดยจะเป็นผู้ชำนาญการระดับที่สูง
ทีเดียวองค์การหรือสถานศึกษาก็จะมีคุณภาพมีมาตรฐานคือคนที่เป็น
ผู้บริหารหรือภาวะผู้นำจะต้องมองการณไกลเรียนรู้อยู่เสมอ พัฒนา
ทักษะใหม่ ๆ ขยายงานให้กว้างขวางมีความคิดเชิงสร้างสรรค์
กำหนดเป้าหมาย โดยพยายามคิดหาวิธีการทำงานมุ่งมั่นเพื่อให้ไป
สู่จุดมุ่งหมายนั้น เช่น ด้านการศึกษาการปฏิรูปการเรียนรู้เป็นหัวใจ
สำคัญของการปฏิรูปการศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้ การสอนที่
ให้เด็กได้รู้วิธีการเรียนรู้เป็นหัวใจสำคัญได้มีความรู้ใหม่
ผู้นำก็จะเกิดจากคนที่มองเห็นผลงานที่ทำที่ดีมีคุณภาพ
ข้อ 4. ICT คือ 1. เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร 2. เทคโนโลยีสนับสนุน
การทำงานร่วมกัน 3. เทคโนโลยีการจัดเก็บ
จะมีบทบาทกับ KM เป็นความรู้ที่นำมาพัฒนากลไกที่ทำให้ฝัน
เป็นจริง การนำ KM มาใช้เพื่อประโยชน์ 1. ใช้แก้ปัญหา
2. นำมาปรับปรุง 3. มุ่งสร้างนวัตกรรม โดยนำมาใช้และมีขั้น
ตอนดังนี้ สร้าง จัดเก็บ เลือกกรอง กระจาย
ใช้ประโยชน์ ติดตามผลตรวจสอบ
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากนำข้อมูลและประสบการณ์มาประยุกต์ใช้
ปัจจัยที่จะนำ KM มาใช้ให้สำเร็จนั้น 1. การมอง KM แบบ
มองจากระดับปฏิบัติขึ้นมา 2. ความรู้แบ่งเป็นกลุ่ม Explicit
และ Tacit ต้องฝึก Tacit มาใช้มาก ๆ 3. ต้องให้ความสำคัญ
กับปัจจัยอื่นด้วย
ข้อ 5. a. Snagit เป็นโปรแกรมจับภาพ 3 มิติ มีประโยชน์
b. You Tube เป็นโปรแกรมการสนทนา การโทรศัพท์ถึงกันมีประโยชน์
คุยโทรศัพท์ทางไกลได้และสามารถคุยกันได้หลายคน
มองเห็นภาพคนพูดคุยได้
c. iGoogle เป็นโปรแกรมที่เข้าไปดูโครงสร้าง เกี่ยวกับ Google ทั้งหมด
มีประโยชน์ในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
d. SKype เป็นโปรแกรมการมองพื้นที่โลกที่ใช้ดาวเทียมเชื่อมโยงมี
ประโยชน์ ในการค้นหาพื้นที่ที่เราอยู่ ณ ตำแหน่งไหน ที่ไหน
e. Skechtup เป็นโปรแกรมภาพ ประโยชน์การดูภาพ VDO ใน
Internet ขอบคุณคะอาจารย์ที่ให้หนูล้างบาป
ข้อ 1. a. File type คือ การค้นหา File ฝ่ายไหนจะต้องทำงานอย่างไร เช่น ppt.
b. Definitions คือ นิยามคำศัพท์แนะนำฮิต
c. Currency Conversions คือ เป็นไปตามกระแสการ
ปรับเปลี่ยนเงินสกุล เช่น 3.5 USA in GBP
d. Book Search คือ การค้นหาหนังสือ การเขียนโฆษณา
ของหนังสือ เช่น หนังสือเรื่อง Internet
หนังสือเกี่ยวกับ Dog
e. Calculators คือ เครื่องคำนวณ เช่น 20% Fo 150 หรือ 3*5
ข้อ 2. a. Citations คือการกล่าวอ้างอิง เช่นการกล่าวถึงแหล่งทรัพยากรหรือ
ข้อความใน internet เพื่อการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปอีกหรือเรียกว่า
รากเหง้าซึ่งเขียนอ้างอิง การเขียนบรรณานุกรม 2 แบบ ไทยมี 70 แบบ
เช่น noting hell uidei the sky ไม่มีอะไรภายใต้ท้องฟ้า
b. Critical Thinking คือ การคิดเชิงวิกฤติ เช่นใช้ประสบการณ์
ความรู้ไปวัด แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือ ความน่าเชื่อถือความสามารถ เช่น ดูที่ผู้แต่งเป็นที่
น่าเชื่อถือหรือไม่ ผู้แต่งเป็นผู้รู้ในศาสตร์นั้นๆ หรือไม่ น่าเชื่อถือ
หรือไม่ นามสกุลลงท้ายอะไร .edu การศึกา .com การค้า .org องค์กร
d. Content คือ เนื้อหาสาระ เช่นผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหา
ที่ไม่น่าเชื่อถือสามารถสืบค้นได้
e. Copyright คือ ลิขสิทธิ์ เช่น หนังสือเหนือสิ่งพิมพ์ ต่างกันกับสิทธิ์บัตร
ตรงที่เป็นเจ้าของสิ่งประดิษฐ์ ถึงแม้ว่าลิขสิทธิ์ใน Internet จะไม่ได้
กำหนดไว้อย่างชัดเจน ขอให้อย่านำภาพ ข้อความมาเพื่อพิมพ์จำหน่าย
เป็นการค้า เราสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ กล่าวอ้างอิงได้
ข้อ 3. Credibility คือความน่าเชื่อถือคนที่น่าเชื่อถือได้สารเทศที่น่าเชื่อถือ
เชื่อถือความความไว้เนื้อเชื่อใจได้(Trusteorthiness)รู้สึกว่ามี
คุณภาพคุณภาพที่คนรับรู้เสมอโดยประเมินสารสนเทศ
ต่าง ๆ ผ่านเว็บเพจส์ประกอบด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ
ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ส่วน Experdtise ความเป็นผู้ชำนาญ
การจะต้องมีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะสิ่งเหล่านี้
จะบ่งบอกถึงความรู้
ถ้าเรามาร่วมความหมายที่ได้กล่าวมาแล้วโดยมาประยุกต์ใช้กับผู้บริหาร
ก็จะมีความน่าเชื่อถือโดยมีหลักการโดยจะเป็นผู้ชำนาญการระดับที่สูง
ทีเดียวองค์การหรือสถานศึกษาก็จะมีคุณภาพมีมาตรฐานคือคนที่เป็น
ผู้บริหารหรือภาวะผู้นำจะต้องมองการณไกลเรียนรู้อยู่เสมอ พัฒนา
ทักษะใหม่ ๆ ขยายงานให้กว้างขวางมีความคิดเชิงสร้างสรรค์
กำหนดเป้าหมาย โดยพยายามคิดหาวิธีการทำงานมุ่งมั่นเพื่อให้ไป
สู่จุดมุ่งหมายนั้น เช่น ด้านการศึกษาการปฏิรูปการเรียนรู้เป็นหัวใจ
สำคัญของการปฏิรูปการศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้ การสอนที่
ให้เด็กได้รู้วิธีการเรียนรู้เป็นหัวใจสำคัญได้มีความรู้ใหม่
ผู้นำก็จะเกิดจากคนที่มองเห็นผลงานที่ทำที่ดีมีคุณภาพ
ข้อ 4. ICT คือ 1. เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร 2. เทคโนโลยีสนับสนุน
การทำงานร่วมกัน 3. เทคโนโลยีการจัดเก็บ
จะมีบทบาทกับ KM เป็นความรู้ที่นำมาพัฒนากลไกที่ทำให้ฝัน
เป็นจริง การนำ KM มาใช้เพื่อประโยชน์ 1. ใช้แก้ปัญหา
2. นำมาปรับปรุง 3. มุ่งสร้างนวัตกรรม โดยนำมาใช้และมีขั้น
ตอนดังนี้ สร้าง จัดเก็บ เลือกกรอง กระจาย
ใช้ประโยชน์ ติดตามผลตรวจสอบ
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากนำข้อมูลและประสบการณ์มาประยุกต์ใช้
ปัจจัยที่จะนำ KM มาใช้ให้สำเร็จนั้น 1. การมอง KM แบบ
มองจากระดับปฏิบัติขึ้นมา 2. ความรู้แบ่งเป็นกลุ่ม Explicit
และ Tacit ต้องฝึก Tacit มาใช้มาก ๆ 3. ต้องให้ความสำคัญ
กับปัจจัยอื่นด้วย
ข้อ 5. a. Snagit เป็นโปรแกรมจับภาพ 3 มิติ มีประโยชน์
b. You Tube เป็นโปรแกรมการสนทนา การโทรศัพท์ถึงกันมีประโยชน์
คุยโทรศัพท์ทางไกลได้และสามารถคุยกันได้หลายคน
มองเห็นภาพคนพูดคุยได้
c. iGoogle เป็นโปรแกรมที่เข้าไปดูโครงสร้าง เกี่ยวกับ Google ทั้งหมด
มีประโยชน์ในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
d. SKype เป็นโปรแกรมการมองพื้นที่โลกที่ใช้ดาวเทียมเชื่อมโยงมี
ประโยชน์ ในการค้นหาพื้นที่ที่เราอยู่ ณ ตำแหน่งไหน ที่ไหน
e. Skechtup เป็นโปรแกรมภาพ ประโยชน์การดูภาพ VDO ใน
Internet ขอบคุณคะอาจารย์ที่ให้หนูล้างบาป
นายคณพศ พูลสมบัติ รหัส 50210180
คิดว่าทำดีที่สุดแล้ว แต่ก็ไม่แน่ใจ ล้างบาปดีกว่า ดังนี้
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ Google Search Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ ชนิดของข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word Excel power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหา คำว่า รถยนต์ ที่เป็นไฟล์ PowerPoint ก็ให้พิมพ์คำว่า รถยนต์ หรือ car แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt (car.ppt) ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ PowerPoint เกี่ยวกับรถยนต์เพียงอย่างเดียว
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่ามะม่วง หรือ school ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ หนู และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า tiger + cat หรือ tiger and cat ก็จะได้ข้อมูลจาก website ที่มีข้อมูลของ tiger กับ cat เป็นต้น
c. Currency Conversions คือ การค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างๆ ทั่วโลก เช่น เมื่อเราต้องการค้นหาข้อมูลเงินตราของเรา(ประเทศไทย) เปรียบเทียบกับประเทศจีน หรือประเทศญี่ปุ่น เราก็สามารถใช้ Google ช่วยในการเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนได้ทันทีและเป็นปัจจุบันด้วย
d. Book Search คือ เครื่องมือใน Google สำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ รถยนต์ ก็พิมพ์ Car เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด ความสามารถเช่นเดียวกับเครื่องคิดเลข
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- × เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญลักษณ์ *
- ÷ เครื่องหมาย หาร ใช้สัญลักษณ์ / divition
ตัวอย่าง 12/4 หมายถึง 12 หารด้วย 4
หมายถึงผู้คำนวณ เครื่องมือคำนวณมีความสามารถในการคำนวณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคิดเลขก็ได้
เช่น (6*4)+10 เครื่องหมาย * คือ เครื่องหมาย คูณ , + addition ( บวก )
หรือ 5^3 เครื่องหมาย ^ คือ เครื่องหมาย ยกกำลัง
ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations คือการอ้างอิง แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น Apa อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์ ( เหมือนของ ม.วงษ์ชวลิตกุล )
(แบบของ จุฬา ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย วงเล็บ เมืองที่พิมพ์ )
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต คิดอย่างลึกซึ้ง ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน
ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ถ้าลงท้ายด้วยจุด ac. ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง พวกที่ที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net .edu .gov มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะจุด . com เป็นการทำเพื่อการค้า
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องมี จูลี่ ในระบบศาลอเมริกันมีลูกขุน หรือคณะผู้อ่านตรวจ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลไทยใช้สืบพยานตามกระแสข่าวสารได้ ตามกระแสเชิงวิชาการได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่ มี Versionใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้ด้วยหรือเปล่า
e. Copyright คือลิขสิทธิ์ แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม คือสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า ..... เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด
ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ในสาขานั้นอย่างแท้จริง
หรือว่า
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะสิ่งเหล่านี้ จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
- ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ร่วมงานให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆ อย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ร่วมงานเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กำหนดไว้
ข้อ 4 ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
การจัดการความรู้ (KnowaedgeManagement)คือ การรวบรวม การจัดระบบ การจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูล เพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำ ICT มาใช้ในการจัดการความรู้ ดังนี้
1. การสื่อสาร ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารสารสนเทศ ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะทำให้สามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเตอร์เน็ตหรือการติดต่อสื่อสารด้านโทรคมนาคมในระยะไกล ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์การ เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกเพื่อประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ทำให้เราสามารถประหยัดต้นทุน เวลา ในการติดต่อสื่อสารเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ถือว่เป็นความเหมาะสมกับองค์การในปัจจุบัน ที่ต้องการแข่งขันกันค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT)จำเป็นต้องมีความรู้ ทักษะ เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้บุคลากรทุกคนในองค์การทราบความเคลื่อนไหว ความก้าวหน้า เพราะฉะนั้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การสื่อสารประสบความสำเร็จ
2. การทำงานร่วมกัน เทคโนโลยีช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความเข้าใจ ได้อย่างกว้างขวาง แต่สิ่งสำคัญของการแลกเปลี่ยนคือ การมีความสนใจร่วมกัน ใส่ใจในความคิดของกันและกัน การสร้างเครือข่ายร่วมกัน ถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกันการทำงานร่วมกันทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุมปรึกษาหารือ พูดคุย ผ่านทางเครื่องมือสารสาร ICT เป็นต้น
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การรายงาน การสร้างงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันท่วงที ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ และการบริหารจัดการต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษา และเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในสังคม ดังนั้น เทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้เราสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน และนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย สะดวก รวดเร็วขึ้น
ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a. Snag it
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แม้กระทั่งข้อมูลใน file ต่าง ๆ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ ตามต้องการ
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามข้อมูลได้เช่นเดียวกับโทรศัพท์ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้าง อาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก
1.อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้พร้อมยกตัวอย่าง
a.File type ชนิดของไฟล์
หน้าที่ ค้นหาข้อมูลโดยระบุนามสกุลของไฟล์
เช่น การค้นหาไฟล์ชนิดที่เป็นเอกสาร จะหาคำว่า หมูก็พิมพ์ pic.doc หรือค้นหารูปแบบของ power point ก็พิมพ์ pic.ppt เป็นต้น
b.Definitions บทนิยาม การจำกัดความ การให้นิยามคำศัพท์
หน้าที่ ใช้ค้นหาคำนิยามของศัพท์ต่างๆที่ใกล้เคียงกันหรือคล้ายคลึงกัน แนะนำ hit หรือ website
เช่น เราจะหาคำว่า เสือหรือแมว เสือและแมว ก็พิมพ์คำว่า Tiger or cat Tiger and cat เป็นต้น
c.Currency Conversions กระแส
การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
หน้าที่ ใช้แปลงสกุลเงินตราต่างประเทศ และเปรียบเทียบสกุลเงินต่างๆทั่วโลก
เช่น เงินดอนลาร์สหรัฐเท่ากับกี่บาท 500 USD in thai money
d.Book Search ค้นหาหนังสือ
หน้าที่ ใช้ในการค้นหาหนังสือทั้งในและต่างประเทศ
เช่น ถ้าเราจะหาหนังสือเกี่ยวกับรถ ก็พิมพ์คำว่า car แล้วก็คลิกที่ Search ก็จะปรากฏขึ้น
e.Calculators คำนวณทางคณิตศาสตร์ ก็คือเครื่องคิดเลขนั้นเอง
หน้าที่ ใช้คำนวณเพื่อหาผลลัพธ์ทางคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐาน โดยมีเครื่องหมาย
(+ - * / บวก ลบ คูณ หาร) และเครื่องหมายอื่นๆอีกมากมาย
เช่น 2*3+5 2 คูณ 3 บวก 5 เท่ากับเท่าไร
เป็นต้น
2.ท่านจะนำหลักการแต่ละข้อของ 10 C แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน Internet อย่างไร อธิบายพร้อม
ยกตัวอย่าง
a.Citations การอ้างถึง การอ้างอิง
การที่จะนำเอาข้อความหรือเนื้อหาสาระของหนังสือของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อจะนำเนื้อหามาใช้ประกอบการเรียน การเขียน หรืออื่นๆก็ตามต้องมีการอ้างอิง ผู้แต่ง วันเดือนปีของหนังสือที่แต่งนั้นด้วยเพื่อเป็นการให้เกียรติกับบุคคลนั้นซึ่งเป็นเจ้าของ เช่นกานนำบทความมาประกอบอ้างอิงต้องอ้างชื่อผู้แต่ง พ.ศ. และที่มาด้วยเสมอ
b.Critical Thinking การคิดอย่างมีเหตุผล คิดเชิงลึก คิดอย่างมีวิจารณญาณ
การใช้วิจารณญาณ พินิจ พิเคราะห์ให้ถ้วนถี่ว่า ข้อความหรือบทความที่มีอยู่มากมายใน Internet นั้นมีความถูกต้อง หรือ เป็นที่ยอมรับกันหรือไม่ มากน้อยเพียงใด และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงก็น่าเชื่อถือได้ และคิดในทางบวกเสมอ เช่น คำนึงถึงสาระที่เป็นประโยชน์กับคนทั่วไป เช่น หนังสือที่ได้รับรางวัลซีไรท์ เรื่องใบไม้ที่หายไป
c.Credibility ความน่าเชื่อถือ
จะต้องพิจารณาดูว่า Website มีผู้เข้าเยี่ยมชมและมีการสนทนาโต้ตอบกันอย่างสม่ำเสมอ มีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และผู้ที่นำบทความหรือผู้แต่งเป็นผู้มีความรู้ความสมารถและเป็นที่ยอมรับในวงการต่างๆ การเข้าสืบค้นข้อมูลต้องใช้งานได้ง่าย ไม่ซับซ้อนและใส่ใจต่อผู้เข้าชมโดยแจ้งเบอร์โทรศัพท์หรือที่อยู่ไว้ด้วย
การเข้าชม Website ต้องพิจารณาว่าไม่มีการโฆษณามากเกินไปก็ไม่เหมาะสมในการสืบค้นข้อมูล
Website มีการเชื่อมโยงกับเครือข่ายอื่นโดยเปิดเผย ไม่ลำเอียง
เช่น ถ้าจะสืบค้นข้อมูลจะต้องพิจารณาว่า Website เป็นขององค์กร หรือ หน่วยงามที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ เช่น องค์กรที่มีที่อยู่ .org .net เป็นต้น
d.Content เนื้อหาสาระ
ต้องพิจารณาว่าผู้แต่คือใคร เนื้อหาน่าเชื่อมากน้อยเพียงไร บทความเป็นปัจจุบันหรือไม่ เนื้อหาควรเป็นเนื้อหาในเชิงวิชาการต้องมีการอ้างอิงและมีชื่อผู้แต่งเสมอ
การเลือกเนื้อหาสาระมีความพึงพอในทั้งสองฝ่ายไม่ปิดบังและนำเนื้อหามาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเสมอภาค
เช่น การมีบทความใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานก็เผยแพร่ให้ได้รับรู้โดยทั่วถึงกัน
e.Copyright ลิขสิทธ์ สิทธิบัตร การปกป้องสิทธ์
การที่จะนำเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของเนื้อหาสาระใดๆก็ตามมาใช้ต้องพิจารณาเรื่องลิขสิทธ์โดยการที่จะต้องมีการอ้างอิงแหล่งที่มา ของเนื้อหาสาระนั้นเสมอเพื่อเป็นการไม่ละเมิดสิทธ์ของเจ้าของงานนั้น
เช่น ต้องอ้างชื่อเจ้าของลิขสิทธ์เสมอ เมื่อจะนำบทความแม้จะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งมาใช้ก็ตาม
3.ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership) ตามองค์ประกอบของCredibility = Trustworthiness + Expertise อย่างละเอียด
ได้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ การที่จะเป็นผู้นำได้นั้นจะต้องมีศิลปะในการจูงใจในการใช้อำนาจที่จะทำให้บุคคลอื่นทำงานให้ด้วยความเต็มใจ เพื่อที่จะนำความสำเร็จมาสู่องค์กร ในองค์กรใดๆก็ตามผู้นำต้องใช้ศิลปะ + อำนาจในทางที่ถูกต้อง กล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง มีความรอบรู้ ฉลาดรอบคอบ มีมนุษยสัมพันธ์เข้ากับผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างเสมอภาคถ้าผู้นำมีลักษณะดังที่กล่าวมาผู้ใต้บังคับบัญชาก็เต็มใจที่จะปฏิบัติงานโดยไม่ต้องบังคับ งานก็จะดำเนินไปสู่เป้าหมายที่วางไว้โดยสวัสดิภาพ
4.ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
ขออธิบายอย่างละเอียดดังต่อไปนี้
ความรู้เป็นบทสรุปของความเข้าใจ เนื้อหาของความรู้เป็นความจริง ความรู้จะเกิดประโยชน์ได้นั้นต้องทำความรู้ให้เกิดเป็นAction จึงจะกลายเป็นPower คืออำนาจและใช้อำนาจในการทำสิ่งใดๆก็ตามให้เป็นไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสม และต้องมีคุณธรรม จริยธรรมควบคู่ไปด้วย ความรู้นี้มีอยู่ในตัวคนที่เป็นความรู้ที่ชัดแจ้ง และความรู้แฝงฝัง ความรู้ที่อยู่ในกรรมวิธีเป็นความรู้ฝังแน่นและความรู้ที่อยู่สาระสนเทศ เมื่อมีความรู้ก็จะต้องใช้ความรู้ตามวิธีการให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามขบวนการขั้นตอนการจัดการความรู้โดยสร้างความรู้ก่อนด้วยการฟัง คิด ถาม เขียนจดบันทึก การจัดเก็บ โดยวิธีจดบันทึก การจำแล้วนำมาเลือกกลั่นกรอง คิดพิจารณาให้ถ้วนถี่และรอบคอบเมื่อคิดแล้วก็ต้องกระจายหรือเผยแพร่ความรู้ให้ผู้อื่นทราบด้วย นำความรู้ที่ได้มานั้นนำไปใช้ประโยชน์คือต้องนำไปปฏิบัติให้เกิดความชำนาญ เชี่ยวชาญในงานต่างๆ ที่ปฏิบัติอยู่ เมื่อปฏิบัติได้ผลดีเกิดประโยชน์แล้วก็ต้องติดตามตรวจสอบเพื่อให้ความรู้ที่นำไปใช้ได้ผลดีก็จะใช้ต่อไป หรือนำความรู้นั้นมาจัดการให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา แต่ขั้นตอนที่กล่าวมานี้ยังจะต้องมีส่วนประกอบที่สำคัญอีกสองประการคือความรู้ที่มาจากภายนอกอาจจะเป็นตัวบุคคล ผู้เชี่ยวชาญ การสนทนา พูดคุยกับบุคคลอื่นระหว่างกลุ่ม และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จะต้องไม่ลืมการตรวจสอบบวกกับการนำไปปรับใช้อย่างเหมาะสมต่อไป และขั้นตอนสุดท้ายก็นำเอาความรู้เดิมที่มีอยู่พร้อมที่จะนำเอาออกมาใช้ โดยต้องผ่านการตรวจสอบและเมื่อวงจรทั้ง สามประการนี้มาประกอบกันก็จะเป็นกระบวนการจัดการความรู้ที่สมบูรณ์ที่เรียกว่าพลวัต
บทบาทของ ICTในการจัดการความรู้ (KM) มีดังนี้
1.เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารในศตวรรษที่ 21 นี้ เป็นเทคโนโลยีที่ครอบคลุมมีเครือข่ายโยงใยไปทั่วโลก สามารถติดต่อสื่อสารด้วยเครื่องมืออันทันสมัยใช้เวลาอันสั้นและรวดเร็ว จะต้องเข้ามามีบทบาทเกี่ยวกับ KM ทุกขั้นตอนโดยผู้ที่มีความรู้ความสามรถต้องใช้งานและเข้าใจในวิธีการใช้อย่างถูกต้อง มีการควบคุมการทำงานได้และดูแลระบบ บำรุง รักษาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา ถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน เทคโนโลยีนำมาใช้ปรับปรุงพัฒนางานซึ่งต้องประสานงานระหว่างเครือข่าย เมื่อมีข้อมูลข่าวสารก็ส่งข่าวสารผ่านมายังแม่ข่ายเพื่อจะได้รับรู้และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และต้องมาการติดต่อตลอดเลาเพื่อให้งานในองค์กรสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
3.เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน ในแต่ละวันเมื่อเสร็จสิ้นการทำงานก็จะใช้เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลที่ทำมาทั้งหมดจัดเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบในกรณีที่มีปัญหา ข้อสงสัย ข้อขัดข้อง ทักท้วงเกิดขึ้นในภายหลังก็สมารถตรวจค้น ค้นคืนให้ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ สามารถตรวจสอบการทำงานได้ขนเป็นที่พอใจ และผู้ปฏิบัติหน้าที่ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างมีระบบสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีมีความสำคัญและมีบทบาทเข้ามาเกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้ดังที่กล่าวมาทุกขั้นตอน
4.อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a.Snagit คือโปรแกรมการถ่ายภาพและตกแต่งรูปภาพ
หน้าที่ จับภาพหน้าจอและตัดแต่ง ตกแต่งภาพได้โดยการใช้กล้องถ่ายรูป และเครื่องที่มีอยู่ในโปรแกรม
ประโยชน์ สามารถบันทึกภาพที่ถ่ายไว้ลงในโปรแกรมอื่นได้เช่น Word Power point Excel PNG
ในการตกแต่งรูปภาพก็สามารถเขียนข้อความใต้รูปภาพได้ อธิบายรูปภาพหมู่
ใช้สัญลักษณ์ที่อยู่ในเครื่องมือเช่นลูกศร หรือข้อความเน้นสีอธิบายสิ่งที่ปรากฏในรูปนั้นเช่นส่วนประกอบต่างๆ ของร่างกาย ( หู ตา จมูก ) ใช้ประกอบการเรียนการสอนได้
b.You Tube คือโปรแกรมที่ใช้ค้นหาWeb ภาพวีดีโอได้ทั่วโลก
หน้าที่ ค้นหาภาพวีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว
ประโยชน์เป็นโปรแกรมที่ใช้ดูวีดีโอได้ทั่วโลก
c.iGoogle เป็นหน้าตาของGoogle อีกรูปแบบหนึ่ง
หน้าที่ เป็น Search engine ที่สามารถตกแต่งได้ตามความพอใจ
ประโยชน์ รับข้อมูลพยากรณ์อากาศ และข่าวต่างๆ
d.Skype คือโปรแกรมโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ตทั่วโลกฟรี และต้องใช้อุปกรณ์เสริมมีหูฟังและไมโครโฟน
หน้าที่ ใช้ติดต่อ สื่อสาร
ประโยชน์ ใช้พูดคุย สนทนาในวงธุรกิจหรือวงการศึกษา เป็นต้นได้ครั้งละ15 คน โดยผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องมีอุปกรณ์ด้วย
e.Skechtup คือโปรแกรมออกแบบ Model 3 มิติ
หน้าที่ ออกแบบภาพ
ประโยชน์ สร้างงานเขียนแบบ สร้างภาพจำลอง ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
นางสาวฐิติมา โสภารัตน์ รหัส 50210157 เลขที่ 2ห้อง 1 ศูนย์สระบุรี
นางสาวมณีรัตน์ ทัพวงศ์ รหัส 50210168 เลขที่10
ขอส่งงานแก้ไขข้อผิดพลาดในการทำข้อสอบ
(ขอล้างบาปค่ะ)
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type ใช้สำหรับการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องการทำได้ โดยการกำหนดชนิดของไฟล์นั้น ๆ เช่น
ถ้าเราต้องการไฟล์งานpowerpoint ค้นหาคำว่าดอกไม้ ก็ให้พิมพ์คำว่า ดอกไม้ หรือ Flower แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt(Flower.ppt)ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์powerpointเกี่ยวกับดอกไม้ให้เราเลือกใช้
b. Definitions การค้นหาข้อมูลที่อยากทราบความหมาย จะปรากฎออกมาให้เลือกใช้ในหลาย ๆ ภาษาที่ได้มีการแปลไว้ ผลที่ได้คือคำจำกัดความของคำนั้น ๆ ใช้สำหรับสิ่งที่ต้องการให้อธิบาย ถ้าต้องการ
ทราบความหมายของคำใด ก็พิมพ์คำนั้นแล้วเติมคำว่า
defineข้างหน้า ก็จะปรากฎคำพร้อมกับความหมายของคำที่เราต้องการทราบความหมาย
c.Currency Conversions คือการค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น เมื่อเราต้องการค้นหาข้อมูลเงินตราของเรา(ประเทศไทย)เปรียบเทียบกับประเทศจีน หรือประเทศญี่ปุ่นเราก็สามารถใช้Google ช่วยในการเปรียบเที่ยบอัตราแลกเปลี่ยนได้ทันทีและเป็นปัจจุบันด้วย
d.Book Search การค้นหาหนังสือได้ทั่วโลก ใช้ค้นหาหนังสือที่เราต้องการ การที่ต้องค้นหาโดยใช้ Book Search ไม่ใช้ Google ธรรมดาเนื่องจากถ้าใช้ Google ธรรมดา หนังสือที่ search ได้จะไม่มาเป็นเล่ม แต่ถ้าใช้ Book Search ในการค้นหาจะปรากฎหนังสือเป็นเล่มให้เราได้เลือกอ่าน ซึ่งหนังสือบางเล่มจะให้เราเปิดอ่านได้ทุกหน้าฟรี แต่หนังสือบางเล่มอาจให้เราเห็นเพียงหน้าปกและให้อ่านรายละเอียดเพียงเล็กน้อย หากต้องการอ่านทั้งหมดอาจต้องเสียค่าบริการเป็นต้น
e.Calculators เครื่องมือที่สามารถคำนวณค่าทางคณิตศาสตร์ได้ จะช่วยในการคิดคำนวณค่าต่าง ๆที่เราต้องการทราบได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
-Addition เครื่องหมาย + (บวก)
-Subtraction เครื่องหมาย - (ลบ)
-x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญลักษณ์*
- เครื่องหมาย หาร ใช้สัญลักษณ์ /divition
2.ท่านจะนำหลักการแต่ละข้อของ 10 C แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศในInternet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a.Citations คือการอ้างอิง อ้างถึงแหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิงเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและ
สามารถค้นกาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ.ตามด้วย เมืองที่พิมพ์
b.Critical Thinking คือการคิดเชิงวิกฤติ คิดเชิงลึก คิดโดยใช้เหตุผล ใช้ประสบการณ์ความรู้เดิมไม่ใช่เห็นแล้วเชื่อเลย บอกชื่อผู้แต่งได้หรือไม่ บอกสำนักพิมพ์ได้หรือไม่ ใช้ประสบการณ์ความรู้ไปวัด และประเมินว่าผู้แต่งเป็นใคร แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือหรือไม่การทำงานให้เหมือนกับไปเจอสิ่งใหม่ ๆ ว่าใครเป็นผู้แต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c.Credibility คือความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระที่เราไปเจอในอินเตอร์เน็ตเป็นที่น่าเชื่อถือหรือไม่
ดูที่ผู้แต่ง รู้จักผู้แต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้
ผู้ชำนาญการในสาขานั้นหรือไม่ วัตถุประสงค์ของเนื้อหานั้น ๆ URL เป็นที่น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด เช่น .Edu .ac ก็จะเป็นทางด้านการศึกษามีความเป็นวิชาการสูง .com ก็จะเกี่ยวกับธุรกิจการค้าขาย เป็นต้น
d.Content คือเนื้อหาสาระมีวัตถุประสงค์อะไร มีเนื้อหาสาระอะไร เขียนเพื่ออะไร มีชื่อผู้แต่งหรือไม่
ทันสมัยหรือไม่ เนื้อหามีลักษณะตามกระแสเชิงวิชาการบทความนั้นมีความเป็นวิชาการหรือไม่ วันที่เขียนบทความนั้นมีความใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้หรือไม่
C.Copyright คือลิขสิทธิ์ แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ตจะไม่มี ผู้เขียนชัดเจน แต่มีที่อยู่ปรากฎอยู่ สิ่งเหล่านั้นตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์เสมอ แต่มีวิธีการนำมาใช้ คือใช้ข้อความสั้น ๆ กล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เราสามารถนำบทความนั้นมาอ้างอิงได้โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม
3.ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ(Leadership)ตามองค์ประกอบของ
Credibility = Trustworthiness + Expertise อย่างละเอียด
-Credibility คือความน่าเชื่อถือ ความเชื่อได้
-Trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจย่อมบ่งบอกถึงความดีงาม
และความมีจรรยาบรรณ
Expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการความเป็นมืออาชีพ มีความรู้มีประสบการณ์ มีสมรรถนะ สิ่งเหล่านี้
บ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีการแสดงออกมา
ผู้บริหารที่ดีจะต้องมีภาวะผู้นำ คือมีความสามารถของบุคคลที่จะจูงใจหรือใช้กระบวนการสื่อความหมายหรือการติดต่อกันและกันให้ร่วมใจกับตนดำเนินการจนกระทั้งบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของเป้าหมายที่กำหนดไว้คุณลักษณะต่างๆเหล่านี้จะสอดคล้องกับ
Trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน
มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด
มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
Expertise มีความรอบรู้ในงานนั้น ๆอย่างแท้จริง
จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือCredibilityในตัวของผู้บริหารและสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตุประสงค์หรือเป้าหมาย
4.ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM อธิบายอย่างละเอียด
การจัดการความรู้(Knowledge Management)คือการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
บทบาท ICT ในการจัดการความรู้ KM
1.เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร นำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสารต่าง ๆ นำมาปรับใช้ในการบริหารงานภายในองค์กร เพื่อให้เป็นองค็กรแห่งการเรียนรู้ เช่นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และมีการติดต่อสื่อสารผ่าน
อินเตอร์เน็ตทำให้เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร มีการเชื่อมโยงข้อมูลภายในองค์กรทำให้การประสานงานติดต่อเป็นไปด้วยความฉับไว
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน เทคโนโลยีช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจและความคิดกันได้อย่างกว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยนคือความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน การหาโอกาสเรียนรู้สามารถถ่ายทอดความรู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย
ผ่านเครื่องมืองทางอินเตอร์เน็ต
3.เทคโนโลยีการจัดเก็บและการสืบค้นเป็นการนำ
เทคโนโลยีมาแก้ปัญหาและปรับปรุงการทำงาน ให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
5.อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a.Snagit เป็นโปรแกรมที่ใช้บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่นPowerpoint,Excel,Word
หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg,png,bmp,gif
pdf และอื่น ๆ อีกมากมาย ประโยชน์ที่เห็นเด่นชัดคือ
สามารถใช้บันทึกข้อมูลไฟล์ต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องอาศัย
การดาวน์โหลดเพราะบางภาพไม่อนุญาตให้ดาวน์โหลด
เราก็ใช้ Snagit ในการเลือกบันทึกข้อมูลได้อย่างสะดวก และง่ายดาย
b.You Tube เป็น Website ที่ให้บริการข้อมูลในรูปแบบของข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหวได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ต้องการเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ postไว้ คล้าย ๆ กับเราทำ
blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้
c.iGoogle เป็นการกำหนดค่าความเป็นส่วนตัว
ของกูเกิ้ลหรือบ้านบนเว็บของคุณที่ให้เราเลือกเนื้อหาวางไว้เองและสามารถปรับแต่งและใส่เนื้อหาได้เองซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็นข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้านนาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d.Skype เป็นโปรแกรมที่ใช้สนทนาหรือพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ
สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้โดยการสนทนาจะต้องใช้ชุดหูฟังและไมโครโฟนในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วยสามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อน ๆ ทั่วโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญไม่ต้องจ่ายค่าโทรศํพท์ แต่ต้องจ่ายค่าอินเตอร์เน็ต แต่ในปัจจุบัน Skype มักถูก
ใช้เป็นเครื่องล่อลวงผ่านทางอินเตอร์เน็ต ดังปรากฎตามข่าวอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นการใช้ Skype จึงต้องใช้ความระมัดระวังและมีวิจารณญาณในการใช้ด้วย
e.Skechtup โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ
Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model3 มิติ แล้ว
เปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก
2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น
การสร้างอาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก
การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้องนอน เป็นต้น
ขอบพระคุณอาจารย์นะคะที่ให้หนูล้างบาป
นางสาวมณีรัตน์ ทัพวงศ์ เลขที่ 10 รหัส 50210168
ศูนย์สระบุรี ห้อง 1
ขอล้างบาปค่ะ
ข้อ 1
File Type= การค้นหาข้อมูลโดยระบุชนิดของ file ที่จะค้นหา เช่น .pdf , .doc
Currency conversion= อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ณ ปัจจุบัน
Definition= การค้นหาโดยกำหนดความหมายหรือคำอธิบายของคำนั้นๆให้แน่นอน เช่น
define World Wide Web (www.)
Calculator= เครื่องคำนวณ หรือ เครื่องคิดเลข
Book search= การค้นหาหนังสือ โดยสามารถระบุประเภทของหนังสือในการค้นหา เช่น book search education
ข้อ 2
a. Citations
การอ้างอิง อ้างถึง แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน เว็บไซต์ ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก
b. Critical thinking
คือการคิดเชิงวิกฤต เป็นการคิดโดย ใช้ประสบการณ์ ใช้ความรู้ ไปวัด และประเมินว่าผู้แต่งเป็นใคร เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ชำนาญการด้านนี้หรือไม่ น่าเชื่อถือได้เพียงใด
เช่น เว็บไซต์นี้สามารถบอกผู้แต่งและสำนักพิมพ์ได้หรือไม่
c. Credibility
คือความน่าเชื่อถือ เป็นความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ระบุได้ชัดเจนหรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในสาทนั้นจริงหรือไม่ และดูที่วัตถุประสงค์ของสถานะนั้นๆ ว่ามีลักษณะอย่างไร
d. content
คือ เนื้อหาสาระ ควรเป็นเนื้อหาเชิงวิชาการ มิใช่ตามกระแส หรือเสียดสีกัน เนื้อหาจริงจังชัดเจน ทันสมัยและเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด คือมีการปรังปรุงให้ทันสมัยตลอด
e. Copyright (ลิขสิทธิ์)
ในบทความต่างมีเจ้าของ ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ เราสามารถใช้ข้อมูลได้พอสมควรแต่มิใช่เอามาลอกเลียนแบบแล้วโมเมว่าเป็นของเราเอง และไม่ใช่นำมาใช้เพื่อการค้า มิเช่นนั้นจะถูกละเมิดลิขสิทธิ์ได้
ข้อ 3
ความน่าเชื่อถือ = ความไว้วางใจ + ประการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ
ความไว้วางใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
ความเป็นผู้ชำนาญการ คือเป็นผู้มีความรอบรู้มีประสบการณ์สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้ และทักษะที่มีและแสดงออกมา ผู้บริหารที่ดี บริหารจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นต้องประกอบไปด้วย คุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้ คือ คนที่เชื่อถือได้ เป็นที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจหรือไว้เนื้อเชื่อใจมีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ มีความรอบรู้ในงานนั้น ๆ อย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือในตัวของผู้บริหารและนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จให้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้
ข้อ 4
4.ict มีบทบาทในขั้นตอนใดของ km อธิบายอย่างละเอียด
-การจัดการเรียนรู้คือ การรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลให้กับองค์กร
-ในปัจจุบัน ict มีบทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้คือ
1.การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสารต่างๆ นำมาปรับใช้ในการบริหารงานภายในองค์กร เพื่อให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เช่นการติดต่อสื่อสารผ่าน internetme ทำให้เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร มีการเชื่อมโยงข้อมูลภายในองค์กรทำให้การประสานงานติดต่อเป็นไปด้วยความฉับไวสำเร็จตามวัตถุประสงค์
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน เทคโนโลยีช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจและความคิดกันได้อย่างกว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยนคือความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน การหาโอกาสเรียนรู้สามารถถ่ายทอดความรู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่นการประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง internet
3.เทคโนโลยีเพื่อการจัดเก็บและการสืบค้น เป็นการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาและปรับปรุงการทำงาน ให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ข้อ 5
Snag it = โปรแกรมที่ใช้จับภาพหน้าจอปัจจุบันเพื่อนำไปใช้ในงานต่างๆ โดยสามารถบันทึกเป็น file ชนิดต่างๆ เช่น .doc , .ppt
You tube= เว็บไซด์ที่แชร์ไฟล์ video เอาไว้ให้เลือกดู
Skype= โปรแกรมที่ใช้ในการโทรศัพท์ติดต่อกันโดยผ่านอินเตอร์เน็ท
Sketch up= โปรแกรมที่ใช้สร้างภาพ 3 มิติ อย่างง่ายและรวดเร็ว
I google= Directory search tool เช่น หมวดข่าว หมวดเกม
นางกรรณิการ์ จุนทวิเทศ
ห้อง 1 รหัส 50210251
ขอล้างมลทินข้อที่ผิดค่ะ
ข้อ 5
e.Skechtup > เป็นโปรแกรมในการสร้างภาพ 3 มิติ เพื่อให้เราได้มองภาพได้เหมือนจริง เหมาะสำหรับงานออกแบบสิ่งของ การออกแบบบ้านอาคารหรือวัตถุต่างๆ
นางสาวมัทนียา อำภรณ์
ห้อง 1 รหัส 50210217
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type ใช้สำหรับการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องการทำได้ โดยการกำหนดชนิดของไฟล์นั้น ๆ เช่น
ถ้าเราต้องการไฟล์งานpowerpoint จะพิมพ์จุด ppt(Flower.ppt)ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์powerpointเกี่ยวกับดอกไม้ให้เราเลือกใช้
b. Definitions การค้นหาข้อมูลที่อยากทราบความหมาย จะปรากฎออกมาให้เลือกใช้ในหลาย ๆ ภาษาที่ได้มีการแปลไว้ ผลที่ได้คือคำจำกัดความของคำนั้น ๆ ใช้สำหรับสิ่งที่ต้องการให้อธิบาย ถ้าต้องการ
ทราบความหมายของคำใด ก็พิมพ์คำนั้นแล้วเติมคำว่า
defineข้างหน้า ก็จะปรากฎคำพร้อมกับความหมายของคำที่เราต้องการทราบความหมาย
c.Currency Conversions คือการค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น เมื่อเราต้องการค้นหาข้อมูลเงินตราของเรา(ประเทศไทย)เปรียบเทียบกับประเทศจีน
d.Book Search การค้นหาหนังสือได้ทั่วโลก ใช้ค้นหาหนังสือที่เราต้องการ การที่ต้องค้นหาโดยใช้ Book Search ไม่ใช้ Google ธรรมดาเนื่องจากถ้าใช้ Google ธรรมดา หนังสือที่ search ได้จะไม่มาเป็นเล่ม แต่ถ้าใช้ Book Search ในการค้นหาจะปรากฎหนังสือเป็นเล่มให้เราได้เลือกอ่าน ซึ่งหนังสือบางเล่มจะให้เราเปิดอ่านได้ทุกหน้าฟรี แต่หนังสือบางเล่มอาจให้เราเห็นเพียงหน้าปกและให้อ่านรายละเอียดเพียงเล็กน้อย หากต้องการอ่านทั้งหมดอาจต้องเสียค่าบริการเป็นต้น
e.Calculators เครื่องมือที่สามารถคำนวณค่าทางคณิตศาสตร์ได้ จะช่วยในการคิดคำนวณค่าต่าง ๆที่เราต้องการทราบได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
ข้อ 3
ความน่าเชื่อถือ = ความไว้วางใจ + ประการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ
ความไว้วางใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
ความเป็นผู้ชำนาญการ คือเป็นผู้มีความรอบรู้มีประสบการณ์สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้ และทักษะที่มีและแสดงออกมา ผู้บริหารที่ดี ผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นต้องประกอบไปด้วย คุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้ คือ คนที่เชื่อถือได้ เป็นที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจหรือไว้เนื้อเชื่อใจมีความตั้งใจจริงในการทำงาน ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ มีความรอบรู้ในงานนั้น ๆ อย่างแท้จริง จึงจะนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จให้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้
นายพนอ บุญพร้อม เลฃที่ 50210164 ห้องหนึ่ง
ขอสารภาพบาปในวันที่ 25 เมษายน 2551
ข้อ 1
a. File type คือการค้นหาไฟล์ ชนิดไฟล์ต่าง ๆ ค้นหาข้อมูลตามใจสั่งได้ เช่น สกุล
b. Definitions คือการให้คำนิยามของศัพท์
c. Currency Conversons คือ กระแส เป็นไปตามกระแส การเปลี่ยนเงินตราสกุลต่างๆ
d. Book Search เครื่องมือสำหรับการค้นหา วิธีการค้นหาหนังสือ
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด
- addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition
- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )
ข้อ 2.
หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น Apa อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์ ( เหมือนของ ม.วงษ์ชวลิตกุล )
แบบของ จุฬา ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย วงเล็บ เมืองที่พิมพ์ )
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ถ้าลงท้ายด้วยจุด ac. ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง พวกที่ที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net .edu .gov มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะจุด . com เป็นการทำเพื่อการค้า
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องมี จูลี่ ในระบบศาลอเมริกันมีลูกขุน หรือคณะผู้อ่านตรวจ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลไทยใช้สืบพยานตามกระแสข่าวสารได้ ตามกระแสเชิงวิชาการได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่ มีเวอร์ชั้นใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้มั้ย
e. Copyright (ลิขสิทธิ์) แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม คือสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า ..... เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด
ข้อ 3
. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustwothiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ใน
สาขานั้นอย่างแท้จริง
ข้อ 4
ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
1. บทบาทในการสื่อสาร
2. บทบาทเพื่อการสนับสนุนการทำงาน
3. บทบาทเพื่อการจัดเก็บ ค้นคืน
การนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
ข้อ 5.
หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a. Snagit คือโปรแกรมถ่ายภาพ
b. You Tube เป็นเว็ปการค้นหาภาพ วีดีโอ ภาพ เคลื่อนไหว
c. iGoogle โฉมหน้าของ Google อีกหนึ่งหน้า
d. Skype โปรแกรมการใช้โทรศัพท์ผ่าน อินเตอร์เน็ตทั่วโลกซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่าย
e. Skechtup สร้างภาพ 3 มิติ
นายปฏิภาณ เจริญใจ เลฃที่ 38 รหัส 50210247
ขอล้างบาปในบ่อล้างมลทิล
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features พร้อมยกตัวอย่าง
a.File type คือ การค้นหาข้อมูลโดยระบุชนิดของ file ที่จะค้นหา เช่น .pdf , .doc
b.Definitions คือ การค้นหาโดยกำหนดความหมายหรือคำอธิบายของคำนั้นๆให้แน่นอน เช่น define Word Wide Web
c.Currency Conversions คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ณ ปัจจุบัน
d.Book Search คือ การค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ เช่น เราต้องการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับการศึกษา เราก็พิมพ์ Education เครื่องมือนี้ก็จะแสดงเกี่ยวกับรายชื่อหนังสือเกี่ยวกับการศึกษาให้เราได้เลือกหลายประเภท แล้วเราก็สามารถจะเข้าไปดูหนังสือในแต่ละเรื่องที่เราเลือกนั้นได้
ข้อ2.ท่านจะนำหลักการแต่ละข้อของ 10 C แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน Internet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a.Citations (การอ้างถึง การอ้างอิง)ต้องมีการอ้างถึงแหล่งอื่นๆด้วย เป็นการให้ความน่าเชื่อถือ-ชื่อเสียงกับผู้เขียนท่านอื่นๆอีกและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปอีกได้หรือบอกช่องทางให้ผู้อ่านสามารถติดตามเรื่องราวได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
b.Critical Thinking (การคิดเชิงวิกฤติ หรือคิดลึกๆ)ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ และความรู้เดิมไปวัดและประเมินค่าว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเค้ามั๊ย แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ การทำงาน ให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์เก่าๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงมั๊ย แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c.Credibility (ความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระ)ความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรกดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้น หรือไม่ ถ้าลงท้ายด้วย จุด .ac ก็จะมีความเป็นวิชาการสูงกว่าพวกท่ลงท้ายด้วย จุด .org(organization) , .edu(education) , .gov(government) มีความน่าเชื่อได้มากกว่า .com เพราะจุดคอมเป็นการทำเพื่อการค้าหรือเป็นองค์การ
d.Content ( เนื้อหาสาระ)ผู้แต่งคือใคร มีความตั้งใจอะไร วัตถุประสงค์อะไร มีชื่อผู้แต่ง หัวข้อหรือไม่ ได้รับการพิจารณา โดยคณะบุคคลหรือไม่ เนื้อหาตามกระแสเชิงวิชาการหรือไม่,มีการเสียดสี,เอาจริงเอาจัง,ทันสมัยเป็นปัจจุบัน มี versionทันสมัย หา version ล่าสุดได้ ,สำคัญอย่างไร และรู้ได้อย่างไร
e.Copyright (ลิขสิทธิ์) ใน web site ส่วนใหญ่จะมีเจ้าของทั้งหมดไม้ว่าจะเป็นรูปภาพ เพลง หรือข้อความต่างๆ ถ้าจะทำการตัดลอกลงในวิจัยของเราเองต้องเลือกเอาเพียงประโยคสั้นๆ แล้วใส่เครื่องหมาย"...." ในประโยคที่เราตัดมา แล้วต้องมีการอ้างอิงถึงข้อความหรือประโยคนั้นๆ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า.........เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด
ข้อ 3. ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำหลักการภาวะผู้นำ ( Leadership ) ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise อย่างละเอียด
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ในสาขานั้นอย่างแท้จริง
หรือว่า
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะสิ่งเหล่านี้ จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
- ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ร่วมงานให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆ อย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ร่วมงานเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กำหนดไว้
ข้อ 4. I C T มีบทบาทในขั้นตอนใดของ K M อธิบายอย่างละเอียด
1. การรวบรวมข้อมูล
2. การจัดเก็บข้อมูลเป็นหมวดหมู่
3. การทำงานร่วมกันของคนในองค์กร
4. การวัดและประเมินผล
5. การนำความรู้องค์รวมไปใช้งาน
ข้อ 5.อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a.Snagit = โปรแกรมที่ใช้จับภาพหน้าจอปัจจุบันเพื่อนำไปใช้ในงานต่างๆ โดยสามารถบันทึกเป็น file ชนิดต่างๆ เช่น .doc , .ppt
b.You Tube = เว็บไซด์ที่แชร์ไฟล์ video เอาไว้ให้เลือกดู
c.iGoogle = Directory search tool เช่น หมวดข่าว หมวดเกม หมวดกีฬา
d.Skype = โปรแกรมที่ใช้ในการโทรศัพท์ติดต่อกันโดยผ่านอินเตอร์เน็ต
e.Skechtup = โปรแกรมที่ใช้สร้างภาพ 3 มิติ อย่างง่ายและรวดเร็ว
นางสาวเพชรน้อย จันทร์น้อย รหัส 50210156
ข้อ 1
File Typ = การค้นหาข้อมูลโดยระบุชนิดของ file ที่จะค้นหา เช่น .pdf , .doc
Currency conversion = อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ณ ปัจจุบัน
Definition = การค้นหาโดยกำหนดความหมายหรือคำอธิบายของคำนั้นๆให้แน่นอน เช่น
define World Wide Web
Calculator = เครื่องคำนวณ หรือ เครื่องคิดเลข
Book search = การค้นหาหนังสือ โดยสามารถระบุประเภทของหนังสือในการค้นหา เช่น book search education
ข้อ 2
Citations (การอ้างถึง การอ้างอิง) ต้องการอ้างถึงแหล่งอื่น ๆ ด้วย เป็นการให้ความน่าเชื่อถือ-ชื่อเสียงกับผู้เขียนท่านอื่น ๆ อีก และสามารถแนะนำหรือบอกช่องทางให้ผู้อ่านสามารถติดตามเรื่องราวได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
Critical Thinking (การคิดเชิงวิกฤติ หรือคิดลึก ๆ) คิดโดยประสบการณ์และความรู้เดิม เพื่อมาประเมินค่าและผลที่ตามมาว่าเป็นอย่างไร บอกผู้แต่งและสำนักพิมพ์ได้
Credibility (ความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระ) ดูว่าผู้แต่งมีชื่อระบุชัดเจนหรือไม่ เป็นคนที่น่านับถือหรือเป็นผู้รู้ผู้เล่นในสาขานั้นหรือไม่ วัตถุประสงค์คืออะไร นามสกุลลงท้ายด้วยอะไร เช่น .edu (education) .com (commercial) .gov (government) หรือ .org (organization) ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงผู้พิมพ์หรือสำนักพิมพ์
Content (เนื้อหาสาระ) มีความตั้งใจอะไร วัตถุประสงค์อะไร มีชื่อผู้แต่ง หัวข้อหรือไม่ ได้รับการพิจารณาโดยคณะบุคคลหรือไม่ เนื้อหาตามกระแสหรือตามภาวะการณ์หรือไม่ มีการเสียดสี เอาจริงเอาจัง ทันสมัย เป็นปัจจุบัน มี version ทันสมัย หา version ล่าสุดได้ สำคัญอย่างไร และรู้ได้อย่างไร
Copy right (ลิขสิทธิ์) ใน web site ส่วนใหญ่จะมีเจ้าของทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ เพลงหรือข้อความต่าง ๆ ถ้าจะทำการคัดลอกลงในงานของเราเอง ต้องเลือกเอาเพียงประโยคสั้น ๆ แล้วใส่เครื่องหมาย "...." ในประโยคที่เราคัดมา แล้วต้องมีการอ้างอิงถึงข้อความหรือประโยคนั้น ๆ ด้วย
ข้อ 3
ความน่าเชื่อถือ = ความไว้วางใจ + ประการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ
ภาวะผู้นำ
การที่จะเป็นผู้นำนั้นก็ต้องทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีความศรัทธาในตัวเรา การที่ผู้ใต้บังคับบัญชาจะศรัทธาในตัวเรานั้นก็ต้องทำให้เขาไว้วางใจว้เราจะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ การที่ผู้ใต้บังคับบัญชาจะไว้วางใจเรานั้น เราก็ต้องแสดงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นว่าเรามีความสามารถนั่นก็คือการที่เรามีประสบการณ์ในการทำงาน เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆซึ่งทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเชื่อถือได้ว่า ผู้บังคับบัญชาของเรามีความรู้ความสามารถจริง
ข้อ 4
-การรวบรวมข้อมูล
-การจัดเก็บข้อมูลเป็นหมวดหมู่
-การทำงานร่วมกันของคนในองค์กร
-การวัดและประเมินผล
-การนำความรู้องค์รวมไปใช้งาน
ข้อ 5
Snag it = โปรแกรมที่ใช้จับภาพหน้าจอปัจจุบันเพื่อนำไปใช้ในงานต่างๆ โดยสามารถ
บันทึกเป็น file ชนิดต่างๆ เช่น .doc , .ppt
You tube = เว็บไซด์ที่แชร์ไฟล์ video เอาไว้ให้เลือกดู
Skype = โปรแกรมที่ใช้ในการโทรศัพท์ติดต่อกันโดยผ่านอินเตอร์เน็ท
Sketch up = โปรแกรมที่ใช้สร้างภาพ 3 มิติ อย่างง่ายและรวดเร็ว
I google = Directory search tool เช่น หมวดข่าว หมวดเกม หมวดกีฬา
แสดงความคิดเห็น