วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551



นักเรียนเก่งที่สุดในโลกเขาปั้นกันอย่างไร?

รศ.ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ Ph.D.


นักเรียนมัธยมอายุ 15 ปีของประเทศฟินแลนด์ สามารถทำคะแนนจากแบบทดสอบคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่านได้ดีที่สุด ในบรรดาประเทศในกลุ่มองค์การเพื่อการพัฒนาและร่วมมือกันด้านเศรษฐกิจ (OECD-Organization for Economic Cooperation and Development)การทดสอบด้วยโปรแกรมการประเมินนักเรียนนานาชาติ เรียกว่า PISA-Programme for International Student Assessment เป็นโครงการประเมินของผลการเรียน เป็นช่วงๆ ละ 3 ปี สำหรับนักเรียนอายุ 15 ปีของประเทศสมาชิก ปีแรกทำการประเมินในปี ค.ศ. 2000 เน้นทดสอบด้านความสามารถในการอ่าน ช่วงที่ 2 ประเมินในปี 2003 ทดสอบด้านคณิตศาสตร์ และ การแก้ปัญหา และในปีพ.ศ. 2006 ทำการทดสอบความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติจากผลการทดสอบล่าสุดปี 2003 มีนักเรียนเข้าร่วมจำนวน 6,235 คน จากโรงเรียน 197 แห่ง จาก 161 ประเทศซึ่งนับรวมประเทศไทยด้วย ปรากฏว่านักเรียนจากฟินแลนด์ ชนะเลิศในวิชาการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ส่วนเทคนิคการแก้ปัญหาแพ้แก่นักเรียนจากประเทศเกาหลีไต้เพียงเฉียดฉิว ในทุกวิชานักเรียนฟินแลนด์ ทำค่าคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม OECD ประมาณ 40-50 คะแนน จากคะแนนเฉลี่ยโดยทั่วไปประมาณ 500 คะแนนความเข้าใจและใส่ใจต่อความต้องการของเด็กคือกุญแจสู่ความสำเร็จจากการสำรวจโรงเรียนของฟินแลนด์พบว่า กุญแจสำคัญอันนำไปสู่ความสำเร็จดังกล่าว ประกอบด้วย1. การประกันความเสมอภาคทางโอกาสแก่นักเรียนทุกคนโดยไม่แบ่งชนชั้น2. ไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างบุคคล จะเน้นการให้ความช่วยเหลือแนะแนวทางนักเรียนที่มีความต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ทั้งนี้พบว่ามีเด็กนักเรียนเพียงจำนวนน้อยนิดที่ต้องเรียนซ้ำชั้น3. ปัจจัยเสริมอื่นๆ ที่เกื้อหนุนให้นักเรียนฟินแลนด์ เก่งกาจขนาดนี้มีหลากหลายปัจจัย เช่นเด็กเล็กๆ รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น และมีแรงจูงใจเพิ่มขึ้นจากการสอนของครูเพียงคนเดียว นักเรียนเรียกชื่อแรกของครู เหมือนคนไทย ไม่มีการให้เกรดในการประเมินการเรียน ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนเป็นไปในลักษณะอบอุ่น เป็นธรรมชาติ มีการเน้นการสร้างสรรค์บรรยากาศอันรื่นรมย์ และจูงใจให้เกิดเรียนรู้เป็นอย่างสูงในโรงเรียน การจัดให้มีเครือข่ายห้องสมุดแบบผสมผสาน การจัดให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อความสามารถในการอ่านของนักเรียนโดยตรง นักเรียนฟินแลนด์ เป็นนักอ่านชั้นยอดเกือบทุกคน รายการโทรทัศน์จากต่างประเทศ จะออกอากาศเป็นภาษาต่างประเทศโดยตรง และใช้ภาษาฟินแลนด์เป็นตัววิ่งอยู่ด้านล่าง ซึ่งเป็นวิธีช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนภาษาต่างประเทศได้ดีขึ้น สามารถ อ่านภาษาของตนเองได้เร็วขึ้นหลักและวิธีการสอน.. การเรียนการสอนยึดหลัก การเรียนรู้ด้วยการกระทำและจากพื้นฐานกิจการของชุมชน (Learning by doing and Community Orientation) ของนักการศึกษาชาวฝรั่งเศสชื่อ Ce'lestin Freinet ซึ่งปรากฏให้เห็นทั้งในหลักสูตรแกนกลางแห่งชาติ และหลักสูตรเฉพาะของแต่ละเมือง โรงเรียนบางแห่งเช่น Stromberg School ยอมรับหลักการดังกล่าวในเชิงปฏิบัติ โดยการออกแบบและสร้างโรงเรียนให้เป็นห้องปฏิบัติการเรียนรู้ และจัดกิจกรรมของผู้เรียน ตั้งแต่เริ่มเข้ามาเรียนในแต่ละชั้นเรียนจะมีหลากหลายช่วงอายุของนักเรียน จะไม่มีการนำผลการเรียนมาเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างระหว่างบุคคล การมอบหมายงานระหว่างนักเรียน เรียนเร็ว และเรียนช้า จะมีความแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของแต่ละคนการเรียนรู้เริ่มจากกิจกรรมประจำวันกิจกรรมการเรียนของนักเรียนเริ่มจากการเข้าไปมีส่วนร่วมในงานประจำวันทั่วไป ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ละกลุ่มจะสลับกันทำกิจกรรมต่างชนิดกัน เช่นเข้าไปดูเรือนเพาะชำกล้าไม้ ชมห้องสมุด การเก็บขยะกระดาษ การนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ใหม่ การทำปุ๋ยหมัก สนามหญ้า ตู้ปลา ช่วยงานโรงอาหาร ช่วยเลี้ยงและให้อาหารเต่าทะเล ฯลฯ กิจกรรมเหล่านี้ ครูจะไม่เป็นผู้แนะนำ แต่จะให้บุคลากรในสถานที่นั้นๆ เป็นพี่เลี้ยงให้ เช่น พนักงานทำความสะอาด แม่ครัว ยาม ฯลฯ ซึ่งทุกคนต้องมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน ในการให้การศึกษาแก่เด็กนักเรียนทุกคนชั้นเรียนเปิดต้อนรับ พ่อ-แม่ผู้ปกครองเข้ามาช่วยสอนในห้องปฏิบัติการ และช่วงเย็นหลังเรียน ขณะเดียวกันโรงเรียนจะนำนักเรียนไปดูงานนอกสถานที่เป็นประจำในแต่ละปีโรงเรียนจะมีเป้าหลักเพื่อการเรียนรู้แตกต่างกันไปเกี่ยวกับ ดิน น้ำ ลม ไฟ (Water Earth Air and Fire) การเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ สามารถประมวลเข้ากับสถานที่ต่างๆได้อย่างกลมกลืนและมีศิลปะ เช่น สนามเด็กเล่น สถานรับรับเลี้ยงดูเด็กตอนกลางวัน ฯลฯโรงเรียนแบบประสมนักเรียนฟินแลนด์เริ่มเข้าเรียนตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ใช้เวลาเรียนในภาคบังคับ 9 ปี จนอายุ 17 ปี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งค่าเรียน ค่าอาหารกลางวัน ค่าเดินทางไปกลับ จากโรงเรียน ค่าดูแลรักษาสุขภาพฟรีทั้งหมดสรุปปัจจัยเบื้องหลังความสำเร็จของนักเรียนฟินแลนด์1. โครงสร้างทางสังคมซึ่งเสริมส่งการอ่านก. วัฒนธรรม ความรักการอ่านหนังสืออย่างจริงจังของชาวฟินแลนด์ เช่นเกือบทุกบ้านเป็นสมาชิกรับหนังสือพิมพ์, พ่อแม่ช่วยลูกอ่านหนังสือที่บ้าน ค่านิยมเรื่องการอ่าน การรู้หนังสือเป็นที่ยอมรับของสังคม สื่อมวลชนมีบทบาททางสร้างสรรค์ก่อให้เกิดนิสัยรักการอ่านและการเขียน ฯลฯข. ระบบเครือข่ายของห้องสมุดที่มีมากมายกระจายทั่วทุกพื้นที่ มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกทันสมัย มีหนังสือตำรา ที่ควรค่าต่อการอ่านสำหรับครอบครัว สามารถสืบค้นจากอินเทอร์เน็ตได้ มีพนักงานห้องสมุดที่ให้บริการอย่างเต็มความสามารถ เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ให้เข้ากับโรงเรียนค. แม่ของเด็กชาวฟินแลนด์ จะมีการศึกษาสูง ตำแหน่งการงานดี เป็นแบบอย่างแก่เด็กหญิงชาวฟินแลนด์ได้ดี โดยเฉพาะด้านการอ่านหนังสือมีมากกว่าผู้ชาย (พ่อ)ง. การใช้ตัววิ่งภาษาฟินแลนด์ในภาพยนตร์ต่างประเทศ เสียงในฟิล์มทำให้เด็กชาวฟินแลนด์อ่านได้รวดเร็วยิ่งขึ้นจ. การท่องเน็ต, การส่งข้อความสั้นๆ (SMS) การเล่นเกมส์ เป็นงานอดิเรกสามารถเพิ่มนิสัยรักการอ่านได้ แม้อาจลดการอ่านหนังสือลงบ้าง2. ปัจจัยเรื่องการเรียนการสอนและภาษาฟินแลนด์ก. ตัวอักขระ และการเขียนของภาษาฟินแลนด์ ตรงกับเสียงที่เปล่งออกมาอย่างตรงไปตรงมา ทำให้การเรียนรู้ในการอ่านทำได้ง่าย (What you say is What you write)ข. หลักสูตรแห่งชาติเน้นทักษะกลยุทธ์การอ่าน และการเขียน ส่วนวิธีการประเมินเพื่อปรับปรุงให้ครูและโรงเรียนมีอิสระในการเลือกค. อุปกรณ์การสอนมีหลากหลาย ครูสามารถเลือกวัสดุประกอบการสอนได้อย่างเป็นอิสระง. นักเรียนมีส่วนร่วมในการเลือก หนังสือ วารสาร หรือสื่ออื่นๆ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนการอ่านจ. เด็กๆ จากครอบครัวผู้อพยพสามารถเรียนรู้การอ่านด้วยภาษาของตนเองฉ. ครูมีส่วนช่วยให้นักเรียนอ่านหนังสือในเวลาว่างทุกโอกาสช. โรงเรียนและห้องสมุด, หนังสือพิมพ์ และวารสารมีส่วนช่วยในการเรียนเป็นอย่างสูงสรุปภาพรวมของความสำเร็จ- ถามว่าฟินแลนด์จัดหาครูเก่งได้อย่างไร? อาจเป็นเพราะค่านิยมเรื่องการอ่านออกเขียนได้ ได้รับการยกย่อง ดังนั้นการคัดเลือกผู้ที่จะไปสอน หรือฝึกสมองคน จึงกระทำอย่างเข้มข้น ผู้สมัครเข้าเรียนครู 7 คนจะได้รับการคัดเลือกเพียง 1 คนซึ่งเข้มข้นกว่าการคัดเลือกเข้าเรียนเป็นแพทย์ วิศวกร หรือ นักกฎหมาย ครูที่ไร้ความสามารถจะถูกไล่ออกซึ่งมีน้อยมาก ครูมีเสรีภาพทางวิชาการสูงมาก สามารถเลือกวิธีสอนได้เอง เลือกสื่อการสอนเองหรือไม่เลือกเลยก็ได้ ไม่มีการประเมินหรือตรวจสอบครู- การไม่มีแบบทดสอบมาตรฐานไม่มีการสอบไล่ ทำให้นักเรียน เรียนด้วยความสบายใจไม่กดดันและเป็นธรรมชาติ มีการสอบเข้มข้นเพียงครั้งเดียวตอนอายุ 18 ปี คือการสอบเข้าเป็นนักศึกษา (Matriculation) ในมหาวิทยาลัย โดยเฉลี่ยนักเรียน 2 ใน 3 ส่วนสามารถสอบเข้าเรียนต่อได้- การให้บริการอาหารกลางวัน การเดินทาง การบริการสุขภาพและ ค่าเล่าเรียนจัดให้ฟรี ทั้งหมดทำให้ครูและนักเรียนสามารถมุ่งเรื่องการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่- นักเรียนได้รับการฝึกให้ค้นคว้าด้วยตนเอง ตั้งเป้าหมายการเรียนด้วยตนเอง และประเมินตนเองตลอดเวลา- ครูต้องให้กำลังใจนักเรียนเท่านั้น และต้องถือว่าข้อผิดพลาดของนักเรียนคือโอกาสแห่งการเรียนรู้ใหม่ๆ ครูต้องช่วยเหลือเต็มที่แหล่งอ้างอิง1. เฟอร์กัส บอร์เดวิช เรียนดีเลิศ Reader’s Digest กันยายน 2548. P95-1012. The Finnish School-a source of skills and well-being available : http://virtual.finland.fi/Education_Research/

40 ความคิดเห็น:

Chirayuth Boonlab กล่าวว่า...

บทความนี้แสดงให้เห้นว่าประเทศฟินแลนด์สร้างวัฒนธรรมการอ่านให้กับเด็กไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ระบบเครือข่ายห้องสมุด การใช้อินเตอร์เน็ต และรายการทีวีที่เป็นภาษาอังกฤษแต่มีตัววิ่งเป็นภาษาฟินแลนด์อยู่ด้วย การจัดการเรียนการสอนก็เน้นให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเองจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆทั้งในและนอกโรงเรียน จากท้องถิ่น จากผู้มีประสบการณ์จริง โดยครูเป็นผู้แนะนำอยู่ห่างๆ ให้เด็กได้คิดได้แสดงออก มีการเสริมแรงจูงใจในการจัดการเรียนการสอน ชมมากกว่าติ และคนที่จะมาเป็นครูได้ต้องผ่านการคัดเลือกอย่างดี(ให้ความสำคัญกับอาชีพครูสูง)ให้อิสระและไม่กดดันครูในการจัดการเรียนการสอน
ดังนั้นเมื่อเด็กได้อ่านมากก็รู้มาก และรู้อย่างถูกต้องโดยการดูแลเอาใจใส่ของครู พ่อแม่ โรงเรียน สังคม และ รัฐบาล จัดให้เด็กเรียนฟรีทุกอย่างจนถึงอายุ 17
การปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เด็กฟินแลนด์สอบได้คะแนนมากกว่าเด็กจากประเทศอื่นๆ

~Nittaya~ กล่าวว่า...

บทความนี้จะเน้นการให้ความช่วยเหลือแนะแนวทางนักเรียนที่มีความต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษและยัง
สร้างวัฒนธรรมการอ่านให้กับเด็กไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ระบบเครือข่ายห้องสมุด การใช้อินเตอร์เน็ต และรายการทีวีที่เป็นภาษาอังกฤษโดยครูเป็นผู้แนะนำอยู่ห่างๆ ให้เด็กได้คิดได้แสดงออก มีการเสริมแรงจูงใจในการจัดการเรียนการสอน ชมมากกว่าติ ดังนั้นเมื่อเด็กได้อ่านมากก็รู้มาก การปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เด็กฟินแลนด์สอบได้คะแนนมากกว่าเด็กจากประเทศอื่นๆ

kannikajanlay กล่าวว่า...

ประเทศฟินแลนด์ประสบความสำเร็จทางการศึกษาได้เพราะโอกาสทางการศึกษา นักเรียนมีโอกาสเท่าเทียมกัน ไม่มีการให้เกรด ไม่มีการสอบไล่ นักเรียนไม่เกิดความกดดันในการเรียน มีการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่จูงใจให้เกิดการเรียนรู้ มีความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนในลักษณะอบอุ่น และยังมีการให้ความช่วยเหลือนักเรียนในหลาย ๆ ด้าน เช่น ค่าเล่าเรียน ค่าเดินทาง อาหารกลางวัน การบริการสุขภาพฟรี ที่สำคัญคือโครงสร้างทางสังคมซึ่งส่งเสริมการอ่าน( การอ่านเป็นพื้นฐานทางการเรียนถ้าอ่านไม่ออกหรือไม่รักการอ่านก็จะไม่อยากเรียนรู้ )ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือโรงเรียน มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ในการส่งเสริมให้รักการอ่านพูดได้ว่าการอ่านเป็นวัฒนธรรมของเขาไปเลย ในด้านครู ครูมีเสรีภาพทางวิชาการสูงมากสามารถเลือกวิธีสอนได้เองและไม่มีการประเมินหรือตรวจสอบครู สิ่งเหล่านี้ทำให้นักเรียนประเทศฟินแลนด์ชนะเลิศในโครงการPISA
กรรณิกา จันทร์ลาย 50210200

Kunnika กล่าวว่า...

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ในการเรียนนั้น ทำอย่างไรจึงจะทำให้เด็กเรียนดี เรียนเก่ง ทุกอย่างต้องมีการหาทางแก้ไขและปรับปรุง การเรียนของเด็กจะดีได้ขึ้นอยู่ที่ตัวผู้สอนมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน วัสดุอุปกรณ์ และเทคนิคการสอน อีกทั้งผู้สอนต้องเข้าใจในตัวนักเรียน มีการให้กำลังใจและให้โอกาสกับเด็กทุกคน
นางกรรณิการ์ จุนทวิเทศ

Matthaneeya กล่าวว่า...

จากบทความแสดงให้เห็นว่าประเทศฟินแลนด์นั้นได้สร้างวัฒนธรรมการส่งเสริมการอ่านให้กับเด็ก การใช้อินเตอร์เน็ต ระบบเครือข่ายห้องสมุด และรายการทีวีและภาพยนตร์ที่เป็นภาษาอังกฤษแต่มีตัววิ่งเป็นภาษาฟินแลนด์อยู่ด้วย หลักสูตรแห่งชาติเน้นทักษะกลยุทธ์การอ่าน และการเขียน ครูมีส่วนช่วยให้นักเรียนอ่านหนังสือในเวลาว่างทุกโอกาสไม่มีการประเมินหรือตรวจสอบครู การไม่มีแบบทดสอบมาตรฐานไม่มีการสอบไล่ทำให้นักเรียนเรียนด้วยความสบายใจไม่กดดันและเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้ครูและนักเรียนมุ่งเรื่องการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ ครูต้องให้กำลังใจนักเรียนและต้องถือว่าข้อผิดพลาดของนักเรียนคือโอกาสการเรียนรู้ใหม่ๆ ครูต้องช่วยเหลือนักเรียนอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งในสิ่งที่กล่าวมานี้สามารถทำให้เด็กฟินแลนด์ ได้คะแนนมากกว่าเด็กจากประเทศอื่นๆในการทดสอบด้วยโปรแกรมการประเมินนักเรียนนานาชาติ

มัทนียา อำภรณ์
รหัส 50210217

วรตม์ กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
supphakon กล่าวว่า...

นักเรียนมัธยมอายุ 15 ปี ของประเทศฟินแลนด์ สามารถทำคะแนนจากแบบทดสอบ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่านได้ดีที่สุด จากผลการทดสอบล่าสุดปี 2003มีนักเรียนเข้าร่วมสอบ จำนวน 6235 คน จากโรงเรียน 197 แห่ง จาก 161ประเทศ ซึ่งนับประเทศไทยด้วย ปรากฏว่านักเรียนจากฟินแลนด์ ชนะเลิศในวิชาการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่เริ่มเข้ามาเรียนในแต่ละชั้นเรียนจะมีความหลากหลายช่วงอายุของนักเรียน จะไม่นำเอาผลการเรียนมาเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างระหว่างบุคคล การมอบหมายงานระหว่างนักเรียนที่เรียนเร็วและเรียนช้า จะมีความแตกต่างไปเป็นตามความเหมาะสม ครูต้องให้กำลังใจนักเรียนเท่านั้น ข้อผิดพลาดของนักเรียนคือโอกาสแห่งการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

วรตม์ กล่าวว่า...

จากบทความข้างต้นสิ่งที่ทำให้เด็กฟินแลนด์เก่งและมีคุณภาพก็คือ ครูเข้าใจและเอาใจใส่ในความต้องการของนักเรียน นักเรียนได้เรียนรู้จาก การปฏิบัติจริง นักเรียนมีอิสระในการแสวงหาความรู้โดยรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยและให้กำลังใจเด็กเสมอ ในด้านครูผู้สอนมีการคัดเลือกครูที่เก่งและสามารถถ่ายทอดความรู้ได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งครูมีอิสระในการจัดการเรียนการสอนทำให้การถ่ายทอดความรู้เป็นไปอย่างเต็มศักยภาพ
นายวรุตม์ ไชยสุข รหัส 50210202

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จากบทความแสดงให้เห็นว่านักเรียนชั้นมัธยมของประเทศฟินแลนด์เป็นนักเรียนที่เก่ง เนื่องจากระบบบริหารจัดการที่ดี เด็กมีนิสัยรักการอ่าน มีระบบการบริการเสริมที่ทันสมัย มีการร่วมมือกันในหลายๆฝ่ายทั้ง พ่อ แม่ ผู้ปกครอง สามารถเข้ามาช่วยสอนในห้องปฏิบัติการได้ ระบบห้องสมุดมีการจัดให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ การเรียนการสอนเน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบโรงเรียน โดยเน้นให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรง และการมอบหมายงานจะมีความแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของเด็กแต่ละคน ไม่มีการประเมินทั้งการเรียนของเด็กและการสอนของครู ทำให้ครูดำเนินการสอน เลือกวิธีสอนและสื่อการสอนได้อย่างอิสระ ครูมีความสบายใจไม่กดดัน จึงทำให้ครูและนักเรียนมุ่งเรื่องการเรียนรู้อย่างเต็มที่ นักเรียนตั้งเป้าหมายการเรียนด้วยตนเอง ประเมินตนเองตลอดเวลา ในขณะเดียวกันครูก็ให้กำลังใจนักเรียนและถือว่าข้อผิดพลาดของนักเรียนคือโอกาสแห่งการเรียนรู้ใหม่ เหตุผลดังกล่าวจึงทำให้นักเรียนฟินแลนด์ทำค่าคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าประเทศอื่นๆในกลุ่ม OECD ในทุกวิชาประมาณ 40 - 50 คะแนน
นางพรทิพย์ ทัตตานนท์ รหัส 50210158

Navaporn กล่าวว่า...

ความสำเร็จของนักเรียนฟินแลนด์มาจากวิธีการเรียนการสอนที่เรียนรู้ด้วยการกระทำและพื้นฐานจากชุมชนสังคมส่งเสริมด้านการอ่าน พ่อแม่ช่วยลูกอ่านหนังสือที่บ้าน สื่อมวลชนมีบทบาทสร้างสรรค์ก่อให้เกิดนิสัยรักการอ่านมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการสืบค้นที่ทันสมัยถ้าทุกประเทศมีปัจจัยที่กล่าวมาอย่างฟินแลนด์นักเรียนก็จะมีโอกาศเก่งได้เช่นกัน

khashane กล่าวว่า...

ประเทศใดก็ตามที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาว่าเป็นวาระแห่งชาติที่สำคัญมากที่สุดกว่าการพัฒนาด้านอื่นๆ และหาหนทางหรือมาตรการหลากหลายมาเอื้ออำนวยเพื่อให้หน่วยงานทางการศึกษา บุคลากรทางการศึกษารวมทั้งการวางแผน นโยบายด้านการศึกษาให้เป็นรูปธรรมที่มั่นคงในการจัดการศึกษาของชาติแล้ว ประเทศนั้นจะมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าในอีกหลายๆด้านตามมา มีความมั่นคงในประเทศโดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณทางทหารที่มหาศาล ข้อสังเกตอีกอย่างหนี่งในถ้าคนในประเทศนั้นมีความเป็นชาตินิยม(รักชาติของตนเองด้วยการกระทำมากกว่าการพูด)หรือมีความกระตือรือร้นในการดำรงชีวิตแล้ว ประเทศนั้นมักจะประสบความสำเร็จ มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจสูงตามด้วย ประเทศในอีกหลายประเทศที่ในอดีตเคยล้าหลังหรือบอบช้ำจากสงครามมา อย่างเช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวันหรือบางประเทศในยุโรปตะวันออก ที่ทุ่มเทเรื่องการศึกษาอย่างจริงจัง 30-40 ปีผ่านมา ก็สามารถพัฒนาสร้างความเจริญให้กับประเทศชาติของตนเองอย่างไม่น่าเชื่อ……..แต่สำหรับประเทศไทยยังถือสุภาษิตที่ว่า “ ช้าๆได้พร้าเล่มงาม “ คงจะรอให้ประเทศอื่นๆรอบข้างพัฒนาให้เต็มที่ล่วงหน้าก่อน เดี๋ยวค่อยCopyของเขามาบริหารจัดการเรื่องการศึกษาของชาติไทยให้ยิ่งใหญ่กว่าชาติอื่นๆ......50210171

jeerawan กล่าวว่า...

ประเทศฟิลแลนด์ปั้นนักเรียนเก่งที่สุดในโลกได้อย่างไร
ปัจจัยที่เกื้อหนุนให้นักเรียนฟิลแลนด์ประสบความสำเร็จในการเรียนคือ
1.ครอบครัวมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา คือ พ่อแม่แบบอย่างที่ดีในการเรียนรู้แก่ลูก ปลูกฝังค่านิยมในเรื่องของการรักการอ่าน ทำให้เด็กสามารถมีพัฒนาการเรียนรู้ที่ดี
2.ครูดีมีคุณภาพ ให้ความสำคัญกับอาชีพครู โดยเน้นที่คุณภาพของครู เพราะครูเป็นอาชีพที่ต้องสร้างคนให้มีคุณภาพ ครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดี มีวิธีการสอนที่สามารถจูงใจ ให้กำลังใจนักเรียนเพื่อให้ผู้เรียนเรียนได้รู้อย่างมีความสุข
3.การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองอย่างมีคุณภาพ ไม่สร้างความกดดันทางการเรียนโดยไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียนของนักเรียนแต่จะแนะแนวช่วยเหลือนักเรียนเป็นกรณีไป
4. รัฐบาลให้โอกาสทางการศึกษา ส่งเสริม สนับสนุนสวัดิการต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างโอกาส สร้างความเสมอภาคของประชากร เช่นเรียนฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ส่งเสริมสวัสดิการที่ดีให้ครูและนักเรียน จัดให้มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกที่ทันสมัยในการเรียน มีตำราที่มีค่าต่อการอ่านของครอบครัว สามารถสืบค้นข้อมูลโดยการให้บริการด้านInternet ที่หลากหลาย เป็นต้น
5. ให้ความสำคัญกับผู้เรียน โดยเน้นกระบวนการรักการอ่าน ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรียนรู้ได้อย่างอิสระโดยการดูแลจากครูจะทำให้ผู้เรียนมีความสุขกับการเรียนและมีความสำเร็จในการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

PechNoi กล่าวว่า...

ถ้าประเทศไทยจัดการศึกษาได้อย่างประเทศฟินแลนด์โดยคำนึงถึงความเสมอภาคของนักเรียนโดยไม่แบ่งคนจนคนรวยในการเลือกโรงเรียนเรียนก็จะทำให้นักเรียนมีคุณภาพทัดเทียมประเทศฟินแลนด์และให้ความสำคัญกับอาชีพครูมากกว่านี้ก็จะทำให้ได้ครูที่มีคุณภาพการศึกษาก็จะพัฒนาเท่าประเทศฟินแลนด์

Titima กล่าวว่า...

สิ่งที่ทำให้เด็กนักเรียนของประเทศฟินแลนด์เรียนดีและเรียนเก่งนั้นเริ่มจากการที่ครอบครัว ครู สภาพสังคมที่อยู่รอบตัวเด็กเข้าใจและใส่ใจต่อความต้องการของเด็ก เข้าใจพฤติกรรมตามธรรมชาติของเขา และปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีให้แก่เขาเช่นในเรื่องการอ่าน ให้เด็กรู้จักเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยเริ่มจากสิ่งที่ใกล้ตัวเช่นการเรียนรู้จากกิจกรรมประจำวันและค่อยหาประสบการณ์ภายนอกซึ่งไกลตัวออกไป ให้ความรัก ความอบอุ่นและกำลังใจ สิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องกระตุ้นให้เขามีความพยายามมากขึ้น

jiratti กล่าวว่า...

SARABURI 1


นักเรียนเก่งที่สุดในโลกเขาปั้นกันอย่างไร?

นักเรียนมัธยมอายุ 15 ปีของประเทศฟินแลนด์ สามารถทำคะแนนจากแบบทดสอบคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่านได้ดีที่สุด ในบรรดานักเรียนนานาชาติ นักเรียนจากฟินแลนด์ ชนะเลิศในวิชาการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ส่วนเทคนิคการแก้ปัญหาแพ้แก่นักเรียนจากประเทศเกาหลีไต้เพียงเฉียดฉิว ในทุกวิชานักเรียนฟินแลนด์ ทำค่าคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม OECD เพราะประเทศฟินแลนด์มีวิธีการ ดังนี้
1. การประกันความเสมอภาคทางโอกาสแก่นักเรียนทุกคน
2. ไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างบุคคล จะเน้นการให้ความช่วยเหลือแนะแนวทางนักเรียนที่มีความต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
3. ปัจจัยเสริมอื่นๆ ที่เกื้อหนุนให้นักเรียนฟินแลนด์ เช่นเด็กเล็กๆ รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น
เป็นธรรมชาติ มีการเน้นการสร้างสรรค์บรรยากาศอันรื่นรมย์ และจูงใจให้เกิดเรียนรู้จัดให้มีเครือข่ายห้องสมุดแบบผสมผสาน การจัดให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อความสามารถในการอ่านของนักเรียน ซึ่งเป็นวิธีช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนภาษาต่างประเทศได้ดีขึ้น

นางจิรัฐติ พิมพ์แสง เลขที่ 27 รหัสประจำตัว 50210198

Chomjan.ding กล่าวว่า...

ถ้าประเทศไทยได้สักครึ่งหนึ่งของโรงเรียนในประเทศฟินแลนด์เด็กนักเรียนคงจะมีโอกาสทางการศึกษามากกว่านี้ นับว่าโชคดีที่นักเรียนในโรงเรียนในฟินแลนด์ได้รับการสนับสนุนทุกเรื่อง ทำให้เด็กได้รับโอกาสที่ดี รวมทั้งในครอบครัว คงเป็นวัฒนธรรมแล้วที่เร่มต้นจากเด็กเล็ก ๆ หรือชั้นประถมที่ได้รับการส่งเสริมการอ่าน หรือการวางแผนต่าง ๆ อย่างเป็นระบบมาตั้งแต่ต้น ถ้าประเทศของเราส่งเสริมอย่างจริงจังก็คงจะไปได้สวยอย่างประเทศฟินแลนด์แน่นอนแต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางครอบครัว วัฒนธรรมหลาย ๆ อย่างด้วยค่ะ

นางสาวชมจันทร์ อุ่นน้ำใจ รหัส 50210179 เลขที่ 18

tanchanok กล่าวว่า...

จากบทความ นักเรียนเก่งที่สุดในโลกเขาปั้นกันอย่างไร
ให้ข้อคิดด้านการส่งเสริมการศึกษาที่ดีของฟินแลนด์ ทำให้นักเรียนฟนแลนด์เรียนเก่ง หากนำแนวทางการจัดการศึกษาของฟินแลนด์มาพัฒนาการศึกษาของไทย ก็จะเป็นประโยชน์กับการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนไทยให้สูงขึ้น การนำแนวทางการจัดการศึกษาของฟินแลนด์มาพัฒนาการศึกษาไทย เช่น ด้านการดูแลเอาใจใส่ที่ดีจากครองครัว โรงเรียน และการส่งเสริมการศึกษาอย่างจริงจังจากภาครัฐ การจัดกิจกรรมการเรียนที่สอดคล้องกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้เรียน การคัดครูที่เก่ง มีอิสระ เสรีภาพางวิชาการสูง จะทำให้เด็กไทยเก่งขึ้น
ธันย์ชนก ราษฎร์ประชุม รหัส 50210177
เลขที่ 17 ม.วงษ์ชวลิตกุล ศูนย์สระบุรี ห้อง 1

supawan กล่าวว่า...

นักเรียนที่เก่ง เพราะมีปัจจัยการได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน การศึกษาฟรีและไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียน และการให้งานเด็กนั้นก็ต้องดูความแตกต่างระหว่างบุคคล อย่างเช่นการให้การบ้านเด็ก ต้องดูสภาพของเด็กแต่ละคน บางคนเรียนเก่ง บางคนเรียนอ่อน และการเรียนของเด็กก็จะมีพ่อแม่มีส่วนช่วยสอน หนังสือให้กับเด็กด้วยดังนั้นครูของฟินแลนด์เก่งเพราะจะมีการสอบหรือการคัดเลือกอย่างเข้มงวด โดยการมีสื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอนตัวเอง ไม่มีการสอบไล่เด็กนักเรียนจึงสะบายใจ และทำให้การเรียนนั้นเป็นไปตามธรรมชาติ และมีการสอบครั้งเดียวเพียงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น

prapapun rattanajit กล่าวว่า...

บทความนักเรียนเก่งที่สุดในโลกเขาปั้นกันอย่างไร
ประเทศในกลุ่มองค์การเพื่อพัฒนาและร่วมมือกันด้านเศรษฐกิจ ได้ทดสอบโปรแกรมการประเมินนักเรียนนานาชาติมัธยมอายุ15ปี ของประเทศสมาชิกพบว่านักเรียนจากฟินแลนด์ มีความสามารถในวิชาคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และการอ่านพบว่า ความเข้าใจและใส่ใจในความต้องการของเด็กคือ กุญแจสู่ความสำเร็จโดยเน้นการประกันความเสมอภาคทางโอกาสแก่นักเรียนทุกคนไม่มีการเปรียบเทียบฝลการเรียนเน้นการช่วยเหลือแนะนำให้ความรู้สึกปลอดภัยอบอุ่น มีการสร้างบรรยากาศที่รื่นรมย์ มีเครื่อข่ายห้องสมุดยึดหลักการเรียนรู้ ด้วยการกระทำตามความเหมาะสมของผู้เรียนมีทักษะกลยุทธ์ในการอ่าน และการเขียนครูมีอุปกรณ์ที่หลากหลาย สามารถเลือกวัสดุประกอบการสอนนักเรียนมีส่วนร่วมในการเลือกหนังสือและอื่นๆ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนครูช่วยนักเรียนอ่านหนังสือในเวลาว่างทุกโอกาสเลือกครูเก่งเข้าไปสอน ครูมีเสรีภาพทางวิชาการสูง นักเรียนจึงมีความสุขในการเรียนเพราะไม่มีแบบทดสอบมาตรฐาน ไม่มีการสอบไล่ได้รับการฝึกค้นคว้าด้วยตัวเองตั้งเป้าหมายการเรียนเอง มีการสอบเข้มข้นครั้งเดียวคือการสอบเข้าเป็นนักศึกษา ครูมีหน้าที่เป็นกำลังใจให้นักเรียน

สุดใจ วิทิตวุฒินันท์ กล่าวว่า...

จากบทความนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศฟิลแลนด์ให้ความสำคัญของการศึกษา เห็นความสำคัญของครู จัดสวัสดิการด้านการศกษาอย่างจริงจังการปลูกฝังค่านิยมทางด้านครอบครัวส่งผลในการเรียนรู้ของนักเรียน กิจกรรมรักการอ่านมีส่วนสำคัญต่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ถ้าประเทศไทยให้ความสำคัญของการศึกษาอย่างจริงจังการศึกษาของเราก็จะพัฒนาไปได้อย่างมีคุณภาพ
นางสุดใจ วิทิตวุฒินันท์ ห้อง 1 50210193

vitunvititgmailcom กล่าวว่า...

สิ่งที่รัฐบาลฟิลแลนด์ให้ความสำคัญมากที่สุด คือ การศึกษา ปัจจัยที่ส่งเสริม คือ การบริการทางด้านการศึกษา ให้สวัสดิการแก่นักเรียนและครู จัดกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่านเป็นพื้นฐานสำคัญของครอบครัว ถ้าประเทศไทยสามารถจัดการศึกษาแบบนี้ได้เด็กไทยก็จะพัฒนาได้ดีไม่ด้อยกว่าฟิลแลนด์
นายวิทูรย์ วิทิตวุฒินันท์ ห้อง 1 50210198

alisa.pongdee@gmail.com กล่าวว่า...

นักเรียนเก่งที่สุดในโลกเขาปั้นกันอย่างไร
ฟินแลนด์มีการจัดการเรียนการสอนที่ไม่เหมือนใครจึงสามารถปั้นเด็กให้เก่งที่สุดได้โดยเริ่มต้นจากการคัดเลือบุคคลากรที่จะมาสอนและฝึกมองคนโดยการกระทำอย่างเข้มข้นผู้สมัครเข้าเรียนครู 7 คนจะได้รับการคัดเลือกเพียง 1 คนซึ่งเข้มกว่าการคัดเลือกเข้าเรียนแพทย์ครูที่ไม่มีความสามารถจะถูกไล่ออกซึ่งก็มีน้อยมาก ครูมีเสรีภาพทางวิชาการสูงสามารถเลือกวิธีสอนเองได้เลือกสื่อการสอนเองหรือไม่เลือกเลยก็ได้และไม่มีการประเมินหรือตรวจสอบครูไม่มีแบบทดสอบมาตรฐานไม่มีการสอบไล่ทำให้นักเรียนเรียนด้วยความสะบายใจมีการสอบเข้มเพียงครั้งเดียวตอยอายุ 18 ปีคือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเฉลี่ย 3 คนได้ 2 คนและการให้บริการด้านต่างๆสมบูรณ์จึงทำให้นักเรียนและครูมุ่งเน้นเต็มที่จึงทำให้ผลการเรียนการสอนออกมาดี

kanapodpoon กล่าวว่า...

บทความนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของนักเรียนฟิลแลนด์ที่สามารถชนะเลิศวิชาการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ และมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าประเทศอื่นๆ เพราะ ครอบครัว นโยบายของรัฐที่สนับสนุนและส่งเสริมการจัดการศึกษาอย่างเต็มที่ คุณภาพของครูผู้สอน และความรู้สึกของนักเรียนเป็นสำคัญ ถ้ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญของการศึกษามากกว่านี้และเห็นความสำคัญของครูเหมือนฟิลแลนด์การศึกษาก็จะสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องและมีความรู้ความสามารถไม่แพ้ประเทศอื่นเลย

pranee กล่าวว่า...

นักเรียนเก่งที่สุดในโลกเขาปั้นกันอย่างไร?

นักเรียนในประเทศฟินแลนด์ เป็นเด็กที่เรียนดีและทำคะแนนสอบในวิชาหลักได้ดีเนื่องจากเด็กในประเทศฟิลแลนด์ได้รับการปลูกฟังเรื่องรักการอ่านมาตั้งแต่เด็กซึ่งปลูกฝังที่เริ่มต้นจากครอบครัว ในทุกวิชานักเรียนฟินแลนด์ ทำค่าคะแนนเฉลี่ยสูง เพราะประเทศฟินแลนด์มีวิธีการ โดยการประกันความเสมอภาคทางโอกาสแก่นักเรียนทุกคนไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างบุคคล จะเน้นการให้ความช่วยเหลือแนะแนวทางนักเรียนที่มีความต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
ปัจจัยเสริมอื่นๆ ที่เกื้อหนุนให้นักเรียนฟินแลนด์ เช่นเด็กเล็กๆ รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น
เป็นธรรมชาติ มีการเน้นการสร้างสรรค์บรรยากาศอันรื่นรมย์ และจูงใจให้เกิดเรียนรู้จักให้มีเครือข่ายห้องสมุดแบบผสมผสาน การจัดให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อความสามารถในการอ่านของนักเรียน ซึ่งเป็นวิธีช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนภาษาต่างประเทศได้ดีขึ้น
ซึ่งการจะหวังผลให้นักเรียนเป็นเด็กที่เรียนดีควรปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและเห็นความสำคัญของการอ่านให้แก่นักเรียนตั้งแต่เล็กโดยการเริ่มต้นจากครอบครัว

นางปราณี อัมพะเศวต เลขที่ 25 รหัสประจำตัว 50210194

EKKARAT LOUGTHUNG กล่าวว่า...

สรุปจากบทความของ ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธ์ เรื่องนักเรียนที่เก่งที่สุดในโลกเขาปั้นกันอย่างไร
เด็กของประเทศฟิลแลนด์ประสบผลสำเร็จทางการศึกษา เพราะผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับเด็ก ทั้งบิดามารดา รัฐบาลทุ่มเททุกอย่างทั้งสภาวะแวดล้อม สื่ออุปกรณ์การศึกษา งบประมาณ ที่สำคัญความกระตือรือร้นของเด็กด้วย สังเกตจากเด็กฟิลแลนด์ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่สอบแข่งขันเข้าเรียนต่อหรือสอบคัดเลือกมีเพียง 2 ใน 3 ที่สอบได้ ซึ่งต่างจากเด็กไทย มองตั้งแต่รัฐบาลลงมาไม่เห็นความสำคัญของเด็กมากนักถึงแม้เห็นความสำคัญ แต่ก็ยังส่งเสริมไม่ทั่วถึง ทั้งนี้ข้าพเจ้าคิดว่าทั้งหมดขึ้นอยู่กับรัฐ วัฒนธรรม ทัศนคติ และสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ
นายเอกรัฐ หลองทุ่ง 50210188

sutamas.sukpoodee กล่าวว่า...

นักเรียนฟินแลนด์ที่เก่งเพราะปัจจัยหลายอย่างเช่นได้รับโอกาสที่เสมอภาคกัน เรียนฟรี ไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียน ครูช่วยเหลือชี้แนะการมอบหมายงานเด็กเรียนเร็ว เรียนช้า แตกต่างกัน การเรียนแต่ละกิจกรรมมีบุคลากรแต่ละสถานที่นั้น ๆ เป็นพี่เลี้ยง พ่อแม่มีส่วนช่วยสอนในห้องปฏิบัติการส่งเสริมการอ่านอย่างจริงจัง แม่จะมีการศึกษาสูงเป็นแบบอย่างที่ดี ครูของฟินแลนด์เก่งเพราะผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวดมากกว่าสาขาอื่น ๆ ครูสามารถเลือกวิธีการสอน สื่อ อุปกรณ์เอง ไม่มีประเมินครู ไม่มีการทดสอบมาตรฐาน ไม่สอบไล่ ทำให้นักเรียนสบายใจ และเน้นธรรมชาติมากที่สุด จะสอบเพียงครั้งเดียวตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น

prasansook กล่าวว่า...

จากการทดสอบแต่ละวิชาสิ่งที่ทำให้เด็กฟินแลนด์ทำคะแนนได้ดีจากโรงเรียน 197 แห่ง 161 ประเทศ คือความเข้าใจและเอาใจใส่ต่อความต้องการของเด็กคือกุญแจสู่ความสำเร็จ ของเด็กฟินแลนด์ทั้งนี้ประกอบด้วย ความเสมอภาคทางการเรียน การช่วยเหลือการแนะแนวทาง การสร้างแรงจูงใจและความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนโดยจะเน้นในเรื่องของการอ่านเป็นสำคัญ การใช้ภาษาต่างประเทศการสืบค้นจากเครื่องคอมพิวเตอร์และสื่อต่าง ๆ และมรการคัดเลือกครุที่จะมาสอนอย่างเข้มงวด ครูถือว่าข้อผิดพลาดของเด็กคือโอกาสแห่งการเรียนรู้ใหม่

wichain.raksoongnern@gmail.com กล่าวว่า...

นักเรียนที่เก่งที่สุดในโลกของฟินแลนด์เขาปั้นกันอย่างไร
กุญแจสำคัญอันนำไปสู่ความสำเร็จ ประกอบด้วยความเสมอภาคทางโอกาสในการเรียน เน้นการให้ความช่วยเหลือให้แรงจูงใจเพิ่มขึ้นจากการสอน ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนเป็นลักษณะแบบอบอุ่น สร้างบรรยากาศอันรื่นรมย์ในการเรียนปัจจัยเบื้องหลังความสำเร็จของนักเรียนฟินแลนด์ คือ ปลูกฝังให้เด็กรักการอ่าน ระบบเครือข่ายของห้องสมุดที่มีมากมาย มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกทันสมัยสามารถสืบค้นจากอินเทอร์เน็ต ผู้ปกครองเป็นแบบอย่างในเรื่องการเรียนด้วย

~Patiphan~ กล่าวว่า...

บทความนี้แสดงให้เห็นว่านักเรียนมัธยมของประเทศฟินแลนด์สามารถทำคะแนนทดสอบคณิตศาสตร์
วิทยาสาสตร์ และการอ่านได้ดีที่สุดในบรรดาประเทศในกลุ่มองค์การเพื่อการพัฒนาและร่วมือกันด้านเศรษฐกิจมีนักเรียนเข้าร่วม จำนวน 6,235 คน จากโรงเรียน 197 แห่ง จาก 161 ประเทศ ปรากฏว่านักเรียนจากฟินแลนด์ ชนะเลิศในวิชาการอ่านคณิตศาสตร์ และวิชาวิทยาศาสตร์ ก็คือ อาจจะเป็นค่านิยมของประเทศฟินแลนด์ที่นิยมเรื่องการอ่านออกเขียนได้ และนักเรียนได้รับการึกฝนด้วยตนเอง ตั้งเป้าหมายการเรียนด้วยตนเอง และประเมินตนเองตลอดเวลา

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เรียนอย่าไรให้เก่งโดยการสำรวจโรงเรียนของฟินแลนด์โดยมีดังนี้
1.การประกันความเสมอภาคทางโอกาสแก่นักเรียนทุกคนโดยไม่แบ่งนชั้น
2.ไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างบุคคล จะเน้นการให้ความช่วยเหลือแนะแนวทางนักเรียนที่มีความต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษพบว่านักเรียนเพียงจำนวนน้อยที่ต้องเรียนซ้ำ
3.ปัจจัยเสริมอื่นๆที่เอื้อหนุนให้นักเรียนฟินแลนด์เก่งขนาดนี้มีหลายๆปัจจัย

sujittra กล่าวว่า...

นักเรียนจากฟินแลนด์ชนะเลิศในวิชาการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ซึ่งกุญแจอันสำคัญท่นำไปสู่ความสำเร็จดังกล่าวของฟินแลนด์ประกอบด้วย การประกันความเสมอภาคทางโอกาสแก่นักเรียนทุกคนโดยไม่แบ่งชนชั้น ไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างบุคคล จะเน้นการให้ความช่วยเหลือแนะแนวทางนักเรียนท่มีความต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ และปัจจัยเสริมต่างๆ เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนเป็นไปในลักษณะอบอุ่น เป็นธรรมชาติ
การเรียนการสอนของฟินแลนด์ยึดหลักการเรียนรู้ด้วยการกระทำและจากพื้นฐานกิจการของชุมชน
สุรุปภาพรวมของความสำเร็จของฟินแลนด์ คือ การคัดเลือกผู้ท่ไปสอนจะกระทำอย่างเข้มข้นกว่าการคัดเลือกเข้าเรียนแพทย์ วิศวกร หรือนักกฎหมาย ครูมีเสรีภาพทางวิชาการสูงมาก เลือกวิธีสอนได้เอง เลือกสื่อการสอนเองหรือไม่เลือกเลยก็ได้ ไม่มีการประเมินหรือตรวจสอบครู และไม่มีแบบทดสอบมาตรฐาน ไม่มีการสอบไล่ เหล่านี้ทำให้นักเรียนเรียนด้วยความสบายใจ ไม่กดดัน และเป็นธรรมชาติ
หลักและปัจจัยในการประสบความสำเร็จของนักเรียนฟินแลนด์ดังกล่าวมาทั้งหมด ทำให้ครูและนักเรียนสามารถมุ่งเรื่องการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่

Unknown กล่าวว่า...

บทความนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศฟินแลนด์เขามีการวางแผนและการจัดการอย่างเป็นระบบและให้ความสำคัญต่อการศึกษา โดยการเรียนการสอนเขาจะเน้นการกระทำ และคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ส่งเสริมให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง มีการกำหนดเป้าหมายในการเรียนรู้เอง และมีการวัดผลประเมินผลตนเองตลอดเวลา เขาให้ความสำคัญต่ออาชีพครูมากกว่าอาชีพอื่น ครูมีหน้าที่คอยให้กำลังใจแก่ผู้เรียนเท่านั้น ข้อผิดพลาดถือว่าเป็นประสบการณ์ และไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียน

manerat54@gmail.com กล่าวว่า...

บทความนี้แสดงให้เห็นความสำคัญของการเรียนการสอนที่
หลากหลายตามช่วงอายุ คือเด็กสามารถเรียนรู้ได้กับพ่อ แม่
ระบบเครือข่าย ห้องสมุด การใช้อินเตอร์เน็ต และสื่อสิ่งพิมพ์
ต่าง ๆ ส่วนการเรียนในโรงเรียนครูจัดกิจกรรมอย่างหลากหลาย
ให้นักเรียนเรียนด้วยความสบายใจไม่กดดันเป็นธรรมชาติ เรียน
จากประสบการณ์จริง มีการเน้นการสร้างสรรค์บรรยากาศอัน
รื่นรมย์ และกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ มีอุปกรณ์การสอนหลาก
หลายรูปแบบในการเรียนการสอน เน้นให้เด็กรักการอ่าน และในด้านสวัสดิการมีการให้บริการอาหารกลางวัน การบริการสุขภาพและค่าเล่าเรียนจัดให้ฟรีทั้งหมดทำให้ครู และนักเรียนสามารถมุ่งเรื่องการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เด็กฟินแลนด์สอบได้คะแนนมากกว่าเด็กประเทศอื่น ๆ

Mr.Panumas kingko กล่าวว่า...

นักเรียนเก่งที่สุดในโลกเขาปั้นกันอย่างไร?

นักเรียนมัธยมอายุ 15 ปีของประเทศฟินแลนด์ สามารถทำคะแนนจากแบบทดสอบคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่านได้ดีที่สุด ในบรรดานักเรียนนานาชาติ นักเรียนจากฟินแลนด์ ชนะเลิศ
ในวิชาการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ส่วนเทคนิคการแก้ปัญหาแพ้แก่นักเรียนจากประเทศเกาหลีไต้เพียงเฉียดฉิว ในทุกวิชานักเรียนฟินแลนด์ ทำค่าคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่ม OECD เพราะประเทศฟินแลนด์มีวิธีการ ดังนี้
1. การประกันความเสมอภาคทางโอกาสแก่นักเรียนทุกคน
2. ไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างบุคคล จะเน้นการให้ความช่วยเหลือแนะแนวทางนักเรียนที่มีความต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
3. ปัจจัยเสริมอื่นๆ ที่เกื้อหนุนให้นักเรียนฟินแลนด์ เช่นเด็กเล็กๆ รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น
เป็นธรรมชาติ มีการเน้นการสร้างสรรค์บรรยากาศอันรื่นรมย์ และจูงใจให้เกิดเรียนรู้จัดให้มีเครือข่ายห้องสมุดแบบผสมผสาน การจัดให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อความสามารถในการอ่านของนักเรียน ซึ่งเป็นวิธีช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนภาษาต่างประเทศได้ดีขึ้น
4. นักเรียนเรียนฟรีในการศึกษาภาคบังคับ
5. คัดบุคลากรที่มีคุณภาพเป็นครูและมีระบบประเมินผลการปฏิบัติงาน
6. ผู้ปกครองมีความรู้และช่วยส่งเสริม
7. สื่อมวลชนเอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก

นายภานุมาศ กิ่งโก้ เลขที่ 11 รหัสประจำตัว 50210170 โรงเรียนหนองแซงวิทยา
Email panumas9@gmail.com
โทร 0860170425

panor boonprom กล่าวว่า...

บทความนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศพิลแลนด์ให้ความสำคัญกับการศึกษาและได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่ผู้ปกครองการจัดการเรียนการสอนเน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆทั้งในโรงเรียนและนอกห้องเรียนและจากผุที่มีประสบการณ์จริงโดยครูเป็นผู้แนะนำให้เด็กกได้คิดได้แสดงออกมีการเสิมแรงจูงใจในการจัดการเรียนการสอน มีการขมมากกว่าติเมือเด็กอ่านมากนักเรียนก็จะรู้มากและเรียนรู้ได้อย่างถูกต้องโดยการดูแลเอาใจใส่ของครูพ่อแม่โรงเรียนสังคมและรัฐบาล จัดให้เด็กเรียนฟรีทุกอย่างจนถึงอายุ 17 ปี

สุชาติ งามมานะ กล่าวว่า...

ความคิดเห็นของคุณสุชาติ
ประเทศฟินแลนด์เห็นความสำคัญของการศึกษา ประเทศชาติจะเจริญ เมื่อประชากรมีความรู้และมีคุณธรรม
ประเทศฟินแลนด์และประเทศไทยมีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน เช่น 1จำนวนประชากรวัยเรียน จำนวนครูต่อผู้เรียน 1:25 (ความจริง 1:35)
2ฐานะทางการเงิน การคลังของประเทศ
3ความมั่นคงและความมีเสถียรภาพของรัฐบาล
ฯลฯ

tawatchai phayom กล่าวว่า...

จากบทความ แสดงให้เห็นว่าประเทศฟินแลนด์การจัดการเรียนการสอนก็เน้นให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเองจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆทั้งในและนอกโรงเรียน จากท้องถิ่น จากผู้มีประสบการณ์จริง โดยครูเป็นผู้แนะนำอยู่ห่างๆ ให้เด็กได้คิด การปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เด็กฟินแลนด์สอบได้คะแนนมากกว่าเด็กจากประเทศอื่นๆ ถ้าเราอยากให้เด็กไทยของเราเก่งเราควรเริ่มปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้เด็กก่อน เมื่ออ่านมากก็รู้มากและนำความรู้ที่ได้จากการอ่านไปเป็นข้อมูลในการคิดวิเคราะห์ต่อไป

thaveesak.ding กล่าวว่า...

ปัจจัยอันนำไปสู่ความสำเร็จ นักเรียนมัธยมอายุ 15 ปีของประเทศฟินแลนด์ประกอบด้วย
1. การประกันความเสมอภาคทางโอกาสแก่นักเรียนทุกคนโดยไม่แบ่งชนชั้น
2. ไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างบุคคล จะเน้นการให้ความช่วยเหลือแนะแนวทางนักเรียนที่มีความต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ทั้งนี้พบว่ามีเด็กนักเรียนเพียงจำนวนน้อยนิดที่ต้องเรียนซ้ำชั้น
3. ปัจจัยเสริมอื่นๆ ที่เกื้อหนุนให้นักเรียนฟินแลนด์ เก่งกาจขนาดนี้มีหลากหลายปัจจัย เช่นเด็กเล็กๆ รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น และมีแรงจูงใจเพิ่มขึ้นจากการสอนของครูเพียงคนเดียว

สรุปปัจจัยเบื้องหลังความสำเร็จของนักเรียนฟินแลนด์
1. โครงสร้างทางสังคมซึ่งเสริมส่งการอ่านก. วัฒนธรรม ความรักการอ่านหนังสืออย่างจริงจังของชาวฟินแลนด์ เช่นเกือบทุกบ้านเป็นสมาชิกรับหนังสือพิมพ์, พ่อแม่ช่วยลูกอ่านหนังสือที่บ้าน ค่านิยมเรื่องการอ่าน
2. ปัจจัยเรื่องการเรียนการสอนและภาษาฟินแลนด์
นักเรียนได้รับการฝึกให้ค้นคว้าด้วยตนเอง ตั้งเป้าหมายการเรียนด้วยตนเอง และประเมินตนเองตลอดเวลา- ครูต้องให้กำลังใจนักเรียนเท่านั้น และต้องถือว่าข้อผิดพลาดของนักเรียนคือโอกาสแห่งการเรียนรู้ใหม่ๆ ครูต้องช่วยเหลือเต็มที่

krupipop กล่าวว่า...

บทความเรื่องความสำเร็จของฟินแลนด์
ฟินแลนด์เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในด้านการจัดการศึกษาได้ดีมาก การจัดการศึกษาได้สร้างวัฒนธรรมการอ่านให้กับเด็กนักเรียนการใช้อินเตอร์เนตและรายการทีวี ห้องสมุดที่เป็นภาษาอังกฤษและมีตัววิ่งเป็นภาษาฟินแลนด์ การจัดการเรียนการสอนเน้นให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตัวเองจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน จากท้องถิ่นจากผู้มีประสบการณ์และคุณครูจะคอยเป็นผู้แนะนำคอยเสริมแรงจูงใจ ส่วนอาชีพครูถือว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีความอิสระในด้านวิชาการ เด็กนักเรียนของฟินแลนด์จึงมีผลการเรียนดีกว่าประเทศอื่นๆ
20 กุมภาพันธ์ 2551
พิภพ วัยนิพลี ศูนย์สระบุรีกลุ่ม 2

บทความเรื่องมะละกอ GMO จดทะบียน
ฝรั่ง:นักวิชาการขายตัวหรือนักการเมืองขาดวิสัยทัศน์?
ประเทศไทยไม่สามารถที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ได้เพราะเราเห็น
ว่าไม่สำคัญเรายังเห็นผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวมของชาติ เรายังขาดผู้นำที่กล้าตัดสินใจบนความถูกต้อง ในเรื่องพันธุกรรมพืชปล่อยให้ต่างชาตินำไปใช้ประโยชน์
20 กุมภาพันธ์ 2551
พิภพ วัยนิพลี ศูนย์สระบุรีกลุ่ม 2

tawatchai phayom กล่าวว่า...

จากบทความเรี่อง GMO เราจะเห็นว่าเรากำล้งจะเสียพืชผลทางการเกษตรให้แก่ฝรั่ง และต่อไปเขาจะนำเอาสิ่งที่เรามีไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์เป็นของเขาต่อไปเราจะกินผลไม้ หรือกินมะละกอสักลูกเราต้องไปขอซื้อจากเขา ต่อไปถ้าเ
ไม่ซื้อเขาอาจจะอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของได้ ดังนั้นเราต้องหาวิทางป้องห้ามไม่ไห้เขามามีกรรมสิทธิ์เหนือเรา หรือเราอาจจะนำสิ่งเหล่านี้ไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์ของเราเอง